สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- Search Engine Journal รายงานเมื่อ 27 สิงหาคม 2569 ว่า ChatGPT เขียนบรรทัดค้นหาให้ตัวเองโดยเจาะไปที่ reddit.com/r/whatnotapp พร้อมกรอบเวลา 3,650 วัน เลือกซับเรดดิตเดียวด้วยชื่อ
- บทสนทนานั้นดึงกระทู้ Reddit มา 48 กระทู้จากผลลัพธ์ 71 รายการ คิดเป็น 68% ของทุกอย่างที่ดึงมา และหกจากแปดการอ้างอิงชี้ไปที่กระทู้ในซับเรดดิตนั้น
- สี่วันก่อนหน้าบนบัญชีเดียวกัน คำค้น best ai live chat support software ดึงมา 221 หน้า ในนั้นมาจาก Reddit 84 หน้า แต่ Reddit ไม่ได้การอ้างอิงเลยจากทั้งหมด 11 รายการ
- ข้อสรุปคือการดึงข้อมูลกับการอ้างอิงเป็นคนละเหตุการณ์ และคำอธิบายของผู้เขียนสำหรับความต่างระหว่างสองคำค้นถูกติดป้ายชัดเจนว่าเป็นการเดา
- ข้อจำกัด คือนักปฏิบัติงานคนเดียว บัญชีเดียว คำค้นไม่กี่คำ ไม่มี API ที่มีเอกสารกำกับเบื้องหลังบันทึก และ OpenAI ไม่ได้ยืนยัน
ChatGPT เขียนบรรทัดค้นหาให้ตัวเองโดยเจาะไปที่ซับเรดดิตเดียวที่ระบุชื่อ แทนที่จะเจาะระดับโดเมน ตามข้อมูลการดักจับทราฟฟิกที่ Search Engine Journal เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 บรรทัดที่ดักจับได้เขียนว่า fast|site:reddit.com/r/whatnotapp seller tips Whatnot live selling|3650|reddit.com เส้นทางในบรรทัดนั้นระบุชุมชนเดียว ซึ่งถูกเลือกด้วยชื่อก่อนที่จะมีการดึงข้อมูลใด ๆ และโมเดลให้กรอบเวลาไว้ที่ 3,650 วัน หรือราวหนึ่งทศวรรษของกระทู้ ผู้เขียนคนเดียวกันเคยบันทึกไว้ก่อนหน้านั้นหกวันว่า ChatGPT ขอ Reddit ในระดับโดเมน โดยใส่ reddit.com ในช่องเป้าหมายพร้อมกรอบเวลา 365 วัน การดักจับครั้งนี้จึงลึกลงไปอีกชั้น
สิ่งที่มีประโยชน์กว่านั้นอยู่ข้าง ๆ กัน สี่วันก่อนหน้าการดักจับระดับซับเรดดิต บนบัญชีเดียวกัน ผู้เขียนบันทึกผลลัพธ์ตรงกันข้ามไว้ และเมื่อวางสองกรณีคู่กัน มันบอกสิ่งที่บทวิเคราะห์เรื่อง Reddit กองใหญ่ยังไม่เคยบอกได้ชัดเท่านี้ คือการดึงข้อมูลกับการอ้างอิงเป็นคนละเหตุการณ์ แหล่งข้อมูลหนึ่งสามารถครองสิ่งที่โมเดลอ่าน แล้วไม่ได้อะไรเลยในสิ่งที่โมเดลแสดง
บอกข้อจำกัดก่อนบอกข้อค้นพบ
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลดักจับทราฟฟิกของนักปฏิบัติงานสายเอสอีโอคนเดียว บนบัญชีเดียว จากคำค้นไม่กี่คำ รายงานผ่าน Search Engine Journal บันทึกการดึงข้อมูลลักษณะนี้ไม่ใช่ API ที่มีเอกสารกำกับ และ OpenAI ไม่ได้ยืนยันอะไรเลย ขนาดตัวอย่างเล็กมาก สองบทสนทนาก็คือสองบทสนทนา และตัวผู้เขียนเองก็ติดป้ายชัดเจนว่าคำอธิบายความต่างระหว่างสองกรณีนั้นเป็นเพียงการเดา
ข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ข้อมูลไร้ค่า แต่มันทำให้ข้อมูลกลายเป็นเหตุผลให้คุณไปทดสอบเอง ไม่ใช่กฎที่จะเอาไปวางงบประมาณ ใครก็ตามที่หยิบตัวเลขชุดนี้ไปพูดราวกับเป็นคำอธิบายว่า ChatGPT ทำงานอย่างไรโดยทั่วไป กำลังเดินไกลกว่าที่หลักฐานพาไป และไกลกว่าที่คนเก็บหลักฐานเองเดินไป
สิ่งที่อยู่ในการดักจับระดับซับเรดดิต
ในบทสนทนาที่ทำให้เกิดบรรทัดค้นหา r/whatnotapp นั้น ChatGPT ดึงกระทู้ Reddit มา 48 กระทู้จากผลลัพธ์ทั้งหมด 71 รายการ คิดเป็น 68% ของทุกอย่างที่ดึงมา และในคำตอบสุดท้าย หกจากแปดการอ้างอิงชี้ไปที่กระทู้ในซับเรดดิตนั้น ส่วนอีกหนึ่งชี้ไปที่ศูนย์ช่วยเหลือของบริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มเอง
มีสองรายละเอียดในบรรทัดค้นหาที่ควรแยกออกจากกัน อย่างแรกคือเส้นทางเป้าหมาย ไม่ใช่ reddit.com แต่เป็น reddit.com/r/whatnotapp โมเดลเลือกชุมชนด้วยชื่อก่อนการดึงข้อมูลใด ๆ จะเกิดขึ้น แปลว่าการเลือกนั้นมาจากสิ่งที่โมเดลถือไว้อยู่แล้วว่าคำตอบอยู่ที่ไหน ไม่ได้มาจากสิ่งที่มันอ่านในรอบนั้น อย่างที่สองคือกรอบเวลา 3,650 วัน เทียบกับกรอบ 365 วันในการดักจับระดับโดเมนก่อนหน้า นั่นคือการตัดสินใจให้กระทู้ตลอดสิบปีมีสิทธิ์ถูกหยิบมาใช้เท่ากัน ซึ่งไม่ใช่พฤติกรรมของการค้นหาที่ถ่วงน้ำหนักด้วยความสดใหม่
ความต่างที่เป็นแก่นของเรื่อง
สี่วันก่อนหน้านั้น บนบัญชีเดียวกัน คำถามเชิงพาณิชย์ที่เทียบเคียงกันได้ให้รูปร่างผลลัพธ์คนละแบบโดยสิ้นเชิง ทั้งสองแถวมาจากข้อมูลดักจับของผู้เขียนตามที่ Search Engine Journal รายงาน
| คำค้น | หน้าที่ดึงมา / มาจาก Reddit | การอ้างอิง / Reddit ได้ไป |
|---|---|---|
| whatnot seller tips | 71 / 48 | 8 / 6 |
| best ai live chat support software | 221 / 84 | 11 / 0 |
ให้อ่านแถวที่สองช้า ๆ โมเดลดึงกระทู้ Reddit มา 84 กระทู้ แล้วไม่ให้เครดิตแม้แต่กระทู้เดียว อ่านไปแปดสิบสี่กระทู้ ได้การยอมรับที่มองเห็นได้ศูนย์ ส่วนแถวแรกยกเครดิตที่มองเห็นได้ให้ Reddit ถึงสามในสี่ จากการดึงข้อมูลที่น้อยกว่าด้วยซ้ำ บัญชีเดียวกัน ห่างกันสี่วัน และเป็นคำถามเชิงพาณิชย์ทั้งคู่
การตีความก่อนหน้าของผู้เขียนซึ่งเผยแพร่ในวันที่ 21 คือ Reddit กลายเป็น invisible input หรือวัตถุดิบที่มองไม่เห็น ป้อนข้อสรุปให้โมเดลในขณะที่หน้าเว็บของผู้ขายเก็บการอ้างอิงไป การดักจับครั้งใหม่บอกว่าการตีความแบบนั้นกว้างเกินไป มันจริงสำหรับบทสนทนานั้น แต่ไม่จริงในฐานะกฎ
ทำไม "ไปให้ถูกพูดถึงบน Reddit" ถึงไม่ใช่กลยุทธ์ในตัวมันเอง
ผลในทางปฏิบัติของการแยกการดึงข้อมูลออกจากการอ้างอิงคือ การมีตัวตนบน Reddit ให้ผลตอบแทนสองแบบที่มักถูกขายรวมกันเป็นแบบเดียว การถูกดึงมาอ่านหมายถึงสินค้าของคุณ หมวดหมู่ของคุณ และความเห็นเกี่ยวกับทั้งสองอย่าง อยู่ในวัตถุดิบที่โมเดลใช้คิด ส่วนการถูกอ้างอิงหมายถึงลิงก์ที่มีชื่อคุณปรากฏในคำตอบที่คนอ่านจริง แถว 221/84/11/0 คือหลักฐานที่เผยแพร่ออกมาแล้วซึ่งชัดที่สุดว่าอย่างแรกเกิดขึ้นได้ในระดับใหญ่ โดยที่อย่างที่สองไม่เกิดขึ้นเลย
ความต่างนี้เปลี่ยนวิธีตีมูลค่างาน ถ้าแบรนด์ลงทุนกับการมีตัวตนบน Reddit โดยหวังการอ้างอิง แล้วได้อิทธิพลกลับมาแทน รายงานจะออกมาเหมือนความล้มเหลว ทั้งที่ผลจริงมองไม่เห็นและอาจมีอยู่ กลับกัน ถ้าแบรนด์ลงทุนโดยหวังอิทธิพล แล้วบังเอิญอยู่ในหมวดที่อ้างอิงฟอรัมหนัก แบรนด์นั้นจะลงทุนน้อยเกินไปในสิ่งที่กำลังได้ผล ความผิดพลาดทั้งสองแบบตรวจไม่พบเลยถ้าไม่วัดสองเหตุการณ์แยกกัน ซึ่งแทบไม่มีใครทำ เพราะเครื่องมือรายงานการอ้างอิง และการอ้างอิงคือส่วนที่มองเห็นได้ง่าย
กรอบที่ซื่อสัตย์สำหรับแผนการตลาดคือ Reddit เป็นช่องทางที่ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับหมวดหมู่ของคุณ และตอนนี้คุณยังไม่รู้ว่าหมวดของคุณให้ผลตอบแทนแบบไหน นั่นคือเหตุผลให้ทดสอบก่อนใช้เงิน ไม่ใช่เหตุผลให้ตัดช่องทางทิ้ง และเป็นเหตุผลให้มองงานฝั่ง Reddit เป็นหนึ่งในวัตถุดิบของงาน ChatGPT SEO ที่กว้างกว่า แทนที่จะใช้แทนการเป็นเจ้าของคำอธิบายของตัวเองบนหน้าเว็บของตัวเอง
กรอบเวลาสิบปีให้รางวัลกับความต่อเนื่อง ไม่ใช่ความสดใหม่
กรอบเวลา 3,650 วันคือรายละเอียดที่ส่งผลยาวที่สุด การดึงข้อมูลที่ยอมรับกระทู้ย้อนหลังสิบปี ปฏิบัติต่อกระทู้จากปี 2559 กับกระทู้จากปี 2569 ในฐานะตัวเลือกที่ยืนอยู่บนพื้นเดียวกัน ซึ่งกลับหัวกลับหางกับสัญชาตญาณที่ทีมคอนเทนต์ส่วนใหญ่ติดมาจากงานค้นหา ที่ความสดใหม่มักเป็นตัวตัดสินเมื่อคะแนนสูสี
ในหมวดที่องค์ความรู้สะสมอยู่ในชุมชนเดียวมาหลายปีจริง ๆ ความลึกของการมีอยู่มีค่ามากกว่าความถี่ในการโพสต์ กระทู้ที่ตอบคำถามจริงได้ดีและสะสมความเห็นต่อเนื่อง คือชิ้นงานแบบที่กรอบเวลาสิบปีถูกออกแบบมาให้เจอ ส่วนการระดมโพสต์รัว ๆ เข้าไปในซับเรดดิตไม่ใช่แบบนั้น และยังมีความเสี่ยงเพิ่มว่าจะถูกคนที่ดูแลชุมชนอ่านออกว่าเป็นการโปรโมต
ข้อจำกัดใช้กับส่วนนี้ด้วย การดักจับหนึ่งครั้งใช้ 3,650 วัน อีกครั้งก่อนหน้าใช้ 365 วัน ไม่มีอะไรในแหล่งข่าวอธิบายว่าอะไรกำหนดกรอบเวลานี้ มันเปลี่ยนตามประเภทคำถามหรือไม่ หรือมันคงที่หรือเปล่า ให้ถือว่ากรอบเวลายาวเป็นหลักฐานว่ากรอบเวลายาวเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่พารามิเตอร์ที่วางใจได้
ทำไมเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับหมวดหมู่
คำอธิบายที่ผู้เขียนเสนอสำหรับความต่างนี้ถูกติดป้ายชัดเจนว่าเป็นการเดา และควรพูดซ้ำพร้อมป้ายนั้นเสมอ Whatnot เป็นตลาดเฉพาะทางที่ความรู้เชิงปฏิบัติของผู้ขายอยู่ในซับเรดดิตเดียวและไม่มีที่อื่น ส่วนซอฟต์แวร์แชตสดเป็นหมวดของผู้ขายที่มีหน้าราคา เอกสารประกอบ และเว็บเปรียบเทียบแข่งกันอ้างสิ่งเดียวกัน ประโยคสรุปของเขาคือ เมื่อแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดอย่างซื่อสัตย์คือฟอรัม ฟอรัมก็ยังได้การอ้างอิงไป
นี่คือสมมติฐานที่ดึงมาจากการดักจับสองครั้ง ไม่ใช่ข้อค้นพบ แต่มันชี้ไปที่คำถามที่นักการตลาดตอบเองได้สำหรับหมวดของตัวเอง โดยไม่ต้องรอใครมายืนยัน คือความรู้เชิงปฏิบัติในตลาดของคุณมีอยู่ที่อื่นนอกจากฟอรัมหรือไม่ ถ้าหมวดของคุณมีเอกสารจากผู้ขาย เว็บรีวิว หน้าเปรียบเทียบ และสื่อเฉพาะทาง ก็แปลว่ามีที่ให้โมเดลอ้างอิงซึ่งมีน้ำหนักเชิงสถาบันมากกว่ากระทู้ ถ้าไม่มี กระทู้ก็คือแหล่งที่ดีที่สุดเท่าที่มี และโมเดลที่ทำงานอย่างซื่อสัตย์ก็จะบอกแบบนั้น
วิธีทดสอบหมวดของคุณเอง แทนการเชื่อการดักจับของคนอื่น
วิธีการในเรื่องนี้มีค่ามากกว่าตัวเลข เพราะตัวเลขคือข้อมูลสองจุด ส่วนวิธีการทำซ้ำได้ และมันไม่ต้องรอเครื่องมือที่ยังไม่มีอยู่จริง
- เขียนคำถามเชิงพาณิชย์ที่สำคัญกับธุรกิจของคุณจริง ๆ ด้วยถ้อยคำที่ผู้ซื้อใช้ ไม่ใช่คีย์เวิร์ดที่รายงานใช้ สิบถึงยี่สิบคำถามก็พอสำหรับเริ่มต้น
- รันคำถามเหล่านั้นแล้วบันทึกสองอย่างแยกกันสำหรับแต่ละคำถาม คือมีอะไรถูกดึงมาอ่าน และมีอะไรถูกอ้างอิง ช่องว่างระหว่างสองรายการนี้คือหัวใจของการทดสอบ
- ดูสัดส่วนของโดเมนในแต่ละรายการ ถ้ากระทู้ฟอรัมโผล่หนาแน่นในสิ่งที่ถูกอ่านแต่ไม่เคยโผล่ในสิ่งที่ได้เครดิต หมวดของคุณมีพฤติกรรมแบบแถวที่สองของตารางด้านบน
- รันชุดเดิมซ้ำต่อเนื่องหลายสัปดาห์ การรันครั้งเดียวบอกได้แค่เรื่องของบทสนทนาเดียว ซึ่งคือข้อจำกัดเดียวกับที่แหล่งข่าวเองติดอยู่
- เก็บบันทึกดิบไว้ เมื่อพฤติกรรมเปลี่ยน และมันเปลี่ยนไปแล้วหนึ่งครั้งระหว่างการดักจับสองครั้งที่ห่างกันหกวัน คุณจะอยากมีเส้นฐานมากกว่ามีความทรงจำ
งานชุดนี้วางอยู่ข้าง ๆ สิ่งที่คุณทำอยู่แล้วในงาน GEO ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และมันสร้างสิ่งที่แบรนด์ส่วนใหญ่ยังไม่มี คือหลักฐานเกี่ยวกับหมวดของตัวเอง แทนข้อสรุปที่ยืมมาจากหมวดของคนอื่น มันยังเป็นทางเดียวที่จะรู้ว่างาน AI SEO ในภาพรวมควรถ่วงน้ำหนักไปทางการมีตัวตนในชุมชน หรือไปทางหน้าเว็บของตัวเองที่เขียนคำอธิบายชัดพอจะถูกยกไปอ้าง
เรื่องของ Bing และสิ่งที่มันยังไม่ตอบ
บริบทจากสัปดาห์ก่อนหน้า ผู้เขียนเคยเขียนไว้ว่า Reddit หลุดออกจากการอ้างอิงของ ChatGPT มากกว่าจะหลุดออกจากตัวโมเดล ขณะเดียวกันนักปฏิบัติงานอีกคนซึ่งทำงานแยกกันพบว่า Bing เลิกจัดอันดับ Reddit สำหรับคำค้นเชิงพาณิชย์ทั่วไป และให้เหตุผลว่าเมื่อ Bing อยู่เบื้องหลังการดึงข้อมูลของ ChatGPT Reddit ก็หายไปตามกัน ผู้เขียนนำตัวอย่างเหล่านั้นบวกกับของตัวเองอีกสองคำค้นไปรันผ่าน Bing โดยอ่านหน้าผลการค้นหาที่เรนเดอร์จริงแทนการเรียกผ่าน API และสำหรับคำค้น "best tv for sports" ไม่พบ Reddit ในผลลัพธ์ของ Bing เลย
นั่นเป็นข้อสังเกตที่จริงเกี่ยวกับ Bing และมีค่าในตัวเอง แต่สิ่งที่มันยังไม่ได้อธิบายคือการดักจับระดับซับเรดดิต ซึ่ง Reddit เป็นแหล่งของ 68% ของทุกอย่างที่ถูกดึงมาสำหรับคำถามเชิงพาณิชย์ในช่วงเวลาเดียวกัน ข้อสังเกตสองอย่างนี้วางอยู่คู่กันในแหล่งข่าวโดยยังไม่ถูกคลี่คลาย และแหล่งข่าวก็ไม่ได้อ้างว่าคลี่คลายได้
เรื่องนี้หมายความว่าอะไรสำหรับนักการตลาดไทย
ไม่มีอะไรในข้อมูลชุดนี้ที่เป็นของไทย ไม่มีข้อมูลภาษาไทย ไม่มีชุดคำค้นภาษาไทย และไม่มีเกณฑ์สาธารณะว่า ChatGPT ดึงหรืออ้างอิงแหล่งข้อมูลภาษาไทยอย่างไร การสมมติว่ารูปแบบจากภาษาอังกฤษถ่ายทอดมาได้ คือข้อสรุปที่ยืมมาแบบเดียวกับที่บทความนี้เตือนให้ระวัง
สิ่งที่ถ่ายทอดได้คือรูปร่างของคำถาม แบรนด์ไทยในหมวดที่เฉพาะทางจริง ๆ ซึ่งความรู้เชิงปฏิบัติอยู่ในกลุ่มเฟซบุ๊กกลุ่มเดียว ชุมชนไลน์กลุ่มเดียว กระดานพันทิปบอร์ดเดียว หรือฟอรัมเฉพาะทางแห่งเดียว มากกว่าจะกระจายอยู่ทั่วระบบนิเวศของผู้ขาย อยู่ในตำแหน่งเชิงโครงสร้างแบบที่แถวแรกของตารางนั้นอธิบายไว้ ส่วนแบรนด์ไทยในหมวดที่มีเอกสารจากผู้ขายครบ มีคอนเทนต์เปรียบเทียบ และมีสื่อเฉพาะทางรายงาน จะใกล้กับแถวที่สองมากกว่า คุณอยู่แถวไหนเป็นคำถามที่ตอบได้ด้วยการทดสอบด้วยมือไม่กี่ชั่วโมงในภาษาของคุณเอง และตอบไม่ได้จากงานวิจัยที่เผยแพร่ที่ไหนก็ตาม
มีข้อควรระวังหนึ่งข้อที่เฉพาะกับตลาดในประเทศ การสร้างตัวตนในชุมชนของไทยมักถูกซื้อในรูปแคมเปญ คือระดมโพสต์ที่หว่านไว้เป็นชุดพร้อมกำหนดส่งงาน กรอบเวลาการดึงข้อมูลที่วัดกันเป็นปีไม่ให้รางวัลกับรูปแบบนั้น และชุมชนที่จับทางได้ก็มักจะลบมันทิ้ง งานแบบที่อยู่ได้นานหน้าตาเหมือนการมีทีมช่วยเหลือประจำมากกว่า คือตอบคำถามที่คนถามจริงในที่ที่เขาถาม ต่อเนื่องนานพอจนบันทึกทั้งหมดคุ้มค่าแก่การอ่าน มันควรอยู่ในแผน คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ในบรรทัดที่วัดกันเป็นปี ไม่ใช่ในกิจกรรมรายไตรมาส
คำถามที่พบบ่อย
ตอนนี้ ChatGPT ค้นหาเจาะรายซับเรดดิตแล้วหรือ
ในบทสนทนาที่ดักจับได้อย่างน้อยหนึ่งครั้งซึ่ง Search Engine Journal รายงานเมื่อ 27 สิงหาคม 2569 คำตอบคือใช่ บรรทัดค้นหาที่ ChatGPT เขียนให้ตัวเองเจาะไปที่ reddit.com/r/whatnotapp แทน reddit.com พร้อมกรอบเวลา 3,650 วัน นั่นเป็นการดักจับครั้งเดียวจากนักปฏิบัติงานคนเดียวบนบัญชีเดียว และ OpenAI ไม่ได้ยืนยันพฤติกรรมนี้ การดักจับก่อนหน้าของผู้เขียนคนเดียวกันแสดงการเจาะระดับโดเมนที่ reddit.com พร้อมกรอบ 365 วัน พฤติกรรมจึงไม่สม่ำเสมอแม้ในบันทึกของคนคนเดียว
การถูก ChatGPT ดึงมาอ่าน เท่ากับการถูกอ้างอิงหรือไม่
ไม่เท่ากัน และหลักฐานที่ชัดที่สุดคือคำค้น "best ai live chat support software" ซึ่งดึงมา 221 หน้า ในจำนวนนั้นมาจาก Reddit 84 หน้า แล้วให้การอ้างอิง 11 รายการโดยไม่มี Reddit เลยสักรายการ ส่วนคำค้นเปรียบเทียบอย่าง "whatnot seller tips" ดึงมา 71 หน้า มาจาก Reddit 48 หน้า และยกการอ้างอิงให้ Reddit หกจากแปด ทั้งคู่เป็นคำถามเชิงพาณิชย์บนบัญชีเดียวกันห่างกันสี่วัน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องวัดการดึงข้อมูลกับการอ้างอิงเป็นสองเหตุการณ์แยกกัน
ทำไม Reddit ได้การอ้างอิงในกรณีหนึ่งแต่ไม่ได้ในอีกกรณี
คำอธิบายของผู้เขียนถูกติดป้ายชัดเจนว่าเป็นการเดา คือ Whatnot เป็นตลาดเฉพาะทางที่ความรู้เชิงปฏิบัติของผู้ขายอยู่ในซับเรดดิตเดียวและไม่มีที่อื่น ขณะที่ซอฟต์แวร์แชตสดเป็นหมวดของผู้ขายที่มีหน้าราคา เอกสารประกอบ และเว็บเปรียบเทียบแข่งกันอ้างสิ่งเดียวกัน ประโยคสรุปของเขาคือเมื่อแหล่งที่ดีที่สุดอย่างซื่อสัตย์คือฟอรัม ฟอรัมก็ยังได้การอ้างอิงไป นี่คือสมมติฐานจากการดักจับสองครั้ง ไม่ใช่ข้อค้นพบ และแหล่งข่าวไม่ได้ทดสอบมันในระดับใหญ่
แบรนด์ควรทดสอบเรื่องนี้กับหมวดของตัวเองอย่างไร
ให้รันคำถามเชิงพาณิชย์ที่สำคัญกับธุรกิจของคุณ บันทึกสิ่งที่ถูกดึงมาอ่านกับสิ่งที่ถูกอ้างอิงเป็นสองรายการแยกกัน แล้วทำซ้ำต่อเนื่องหลายสัปดาห์ก่อนสรุป การรันครั้งเดียวอธิบายได้แค่บทสนทนาเดียว ซึ่งเป็นข้อจำกัดเดียวกับข้อมูลที่เผยแพร่ออกมา การเก็บบันทึกดิบไว้สำคัญกว่าผลลัพธ์ครั้งแรก เพราะพฤติกรรมเปลี่ยนอย่างวัดได้ระหว่างการดักจับสองครั้งที่ห่างกันหกวัน
OpenAI ยืนยันเรื่องนี้หรือยัง
ยังไม่ยืนยัน ทุกอย่างในเรื่องนี้มาจากข้อมูลดักจับทราฟฟิกของนักปฏิบัติงานคนเดียวบนบัญชีเดียว รายงานผ่าน Search Engine Journal โดยไม่มี API ที่มีเอกสารกำกับอยู่เบื้องหลังบันทึกการดึงข้อมูล และไม่มีคำแถลงจาก OpenAI ไม่มีรายละเอียดการปล่อยใช้งาน ไม่มีคำอธิบายว่าอะไรกำหนดกรอบเวลาการดึงข้อมูล และไม่มีข้อมูลว่าพฤติกรรมทั้งหมดนี้เป็นอย่างไรนอกเหนือจากคำค้นไม่กี่คำที่ถูกดักจับไว้
ถ้าอยากรู้ว่าหมวดของคุณเองมีพฤติกรรมแบบไหนก่อนจะทุ่มงบไปกับงานชุมชน การทดสอบข้างต้นใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงและไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ใด ๆ ทีมงานยินดีช่วยออกแบบชุดคำถามและอ่านผลลัพธ์ไปด้วยกัน







