สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- Marketing Oops รันพรอมป์ชุดเดียวกันผ่านโมเดลสร้างภาพห้าตัวบน AiPASS ใน 5 งานการตลาด เผยแพร่ผลวันที่ 6 กันยายน 2569 และไม่จัดอันดับ Seedream ทั้งสองรุ่นเพราะตัวอักษรไทยบนภาพอ่านไม่ออก
- อันดับที่ทีมงานให้ไว้คือ GPT-Image 2.0 อันดับหนึ่ง Nano Banana Pro อันดับสอง และ Nano Banana อันดับสาม โดยนำเสนอเป็นความเห็นจากการทดลองใช้พรอมป์ละหนึ่งครั้ง ไม่ใช่การเบนช์มาร์ก
- TH-AI Passport เปิดลงทะเบียนสาธารณะเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 และ AiPASS เริ่มให้บริการวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยมีผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าเกิน 1.3 ล้านราย จากโควตาสูงสุดห้าล้านสิทธิ์
- ผู้มีสิทธิ์คือคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปที่ลงทะเบียนด้วยตนเอง และผู้ที่ลงทะเบียนก่อนวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 จะได้รับสิทธิ์ระดับ Creator
- บทความไม่มีการควบคุม seed ไม่มีการทดลองซ้ำ ไม่ระบุค่าใช้จ่าย และไม่ตอบว่าผลงานจากแพลตฟอร์มของรัฐใช้ในเชิงพาณิชย์ของแบรนด์ได้หรือไม่
Marketing Oops ทดสอบโมเดลสร้างภาพทั้งห้าตัวบนแพลตฟอร์ม AiPASS ของรัฐไทยด้วยพรอมป์ชุดเดียวกัน และรายงานว่า Seedream ทั้งสองรุ่นสร้างตัวอักษรไทยบนภาพที่อ่านไม่ออก ในการทดสอบที่เผยแพร่วันที่ 6 กันยายน 2026 GPT-Image 2.0 ได้อันดับหนึ่ง Nano Banana Pro อันดับสอง และ Nano Banana อันดับสาม ขณะที่ Seedream 4.0 กับ Seedream 5.0 Lite ถูกปล่อยไว้โดยไม่จัดอันดับ
นี่คือความเห็นจากการทดลองใช้ของสื่อรายหนึ่ง ไม่ใช่การเบนช์มาร์ก เป็นการรันพรอมป์ละหนึ่งครั้ง ไม่มีการควบคุม seed ไม่มีการทดลองซ้ำ และตัวบทความเองระบุว่าผลลัพธ์เปลี่ยนได้ตามเวอร์ชันของโมเดล การตั้งค่า และสไตล์ของพรอมป์ สิ่งที่ยังใช้ได้แม้มีข้อจำกัดเหล่านั้นคือวิธีการทดสอบ และวิธีการทดสอบคือส่วนที่ควรลอกไปใช้
การเลือกโมเดลสำหรับงานครีเอทีฟภาษาไทยต้องทดสอบกับการเรนเดอร์ตัวอักษรไทย
สิ่งที่ Marketing Oops รายงานเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2026 คือสองในห้าโมเดลบน AiPASS พลาดเรื่องตัวอักษรไทยโดยเฉพาะ ไม่ใช่พลาดเรื่องคุณภาพภาพโดยรวม Seedream 4.0 และ Seedream 5.0 Lite ไม่ถูกจัดอันดับ เพราะภาพโฆษณาที่ได้ไม่เป็นไปตามพรอมป์อย่างที่ทีมงานคาด ตัวอักษรบนภาพอ่านไม่ออก และรูปอักขระไม่ตรงกับอักษรไทย
นี่คือรูปแบบความผิดพลาดที่การเปรียบเทียบโมเดลด้วยภาษาอังกฤษตรวจจับไม่ได้ ตารางอันดับระดับโลก คลิปเดโม หรือชีตตัวอย่างของผู้ให้บริการที่สร้างจากพรอมป์ภาษาอังกฤษ จะจัดอันดับโมเดลด้วยองค์ประกอบภาพ แสง และความแม่นตามพรอมป์ แต่ไม่บอกอะไรเลยว่าโมเดลนั้นวางคำไทยลงบนโปสเตอร์ได้โดยไม่เพี้ยนหรือไม่ ทีมไทยที่เลือกโมเดลจากเบนช์มาร์กภาษาอังกฤษคือการเลือกจากแกนที่ผิด
กฎที่ตามมาจากเรื่องนี้สั้นมาก ให้รันพรอมป์ภาษาไทยของคุณเองผ่านทุกโมเดลที่เครื่องมือของคุณมีให้ และตัดสินตัวอักษรไทยก่อนตัดสินความสวยงาม ภาพที่ดูดีแต่สะกดชื่อสินค้าผิดไม่ใช่ดราฟต์ มันคืองานที่ต้องทำใหม่
TH-AI Passport คืออะไร และใครลงทะเบียนได้
TH-AI Passport เป็นโครงการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย ที่ให้คนไทยเข้าถึงแพลตฟอร์ม AI แบบรวมศูนย์ชื่อ AiPASS ได้ฟรี การลงทะเบียนสาธารณะเปิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 และแพลตฟอร์มเริ่มให้บริการวันที่ 31 สิงหาคม 2026
ยอดลงทะเบียนล่วงหน้าทะลุ 1.3 ล้านรายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ จากโควตาสูงสุดห้าล้านสิทธิ์ AiPASS รวบรวมเครื่องมือ AI จากผู้ให้บริการมากกว่า 14 ราย ครอบคลุมโมเดลมากกว่า 30 ตัว ซึ่งโมเดลสร้างภาพห้าตัวที่ถูกทดสอบเป็นเพียงส่วนหนึ่งในนั้น
เงื่อนไขผู้มีสิทธิ์เข้มในด้านหนึ่งและกว้างในอีกด้านหนึ่ง ผู้ลงทะเบียนต้องเป็นคนไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปในวันลงทะเบียน และต้องลงทะเบียนด้วยตนเอง ไม่อนุญาตให้ผู้อื่นลงทะเบียนแทน การลงทะเบียนต้องใช้บัญชี Google Microsoft หรือ Apple ร่วมกับทางรัฐหรือ ThaID เพื่อยืนยันตัวตน ผู้ที่ลงทะเบียนก่อนวันที่ 30 พฤศจิกายน 2026 จะได้รับการอัปเกรดเป็นสิทธิ์ระดับ Creator
Marketing Oops ทดสอบอะไร และทดสอบอย่างไร
Marketing Oops ใช้โหมดสร้างภาพของ AiPASS ซึ่งมีโมเดลให้เลือกห้าตัว คือ Seedream 4.0, Seedream 5.0 Lite, Nano Banana, Nano Banana Pro และ GPT-Image 2.0 ทีมงานรันพรอมป์ชุดเดียวกันผ่านทุกโมเดลใน 5 งานที่หยิบมาจากงานการตลาดประจำวัน ได้แก่ ภาพโฆษณาสินค้า เมนูอาหารของคาเฟ่ อินโฟกราฟิก แคตตาล็อกสินค้า และสตอรีบอร์ดหกช็อต บทความฉบับเต็มอยู่ที่ Marketing Oops
งานทั้งห้าแบบนี้กระจายครอบคลุมสิ่งที่ทีมอินเฮาส์ผลิตจริงในหนึ่งสัปดาห์ได้พอสมควร และแต่ละแบบกดดันคนละเรื่อง ภาพโฆษณาทดสอบองค์ประกอบภาพและความแม่นตามพรอมป์ เมนูและอินโฟกราฟิกทดสอบตัวอักษรเล็กที่หนาแน่น ซึ่งเป็นจุดที่การเรนเดอร์ภาษาไทยพังก่อนเสมอ แคตตาล็อกทดสอบความสม่ำเสมอข้ามรายการจำนวนมาก และสตอรีบอร์ดทดสอบว่าตัวละครหรือฉากคงเดิมข้ามหกเฟรมได้หรือไม่
อันดับที่ Marketing Oops รายงานเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2026
ตารางด้านล่างคือผลลัพธ์ตามที่ Marketing Oops รายงานไว้ พร้อมเหตุผลที่แต่ละโมเดลไปอยู่ตำแหน่งนั้น นี่คือผลการทดสอบของทีมงาน ไม่ใช่คุณสมบัติที่ถูกยืนยันแล้วของตัวโมเดล
| โมเดล | อันดับ | เหตุผลที่ให้ไว้ |
|---|---|---|
| GPT-Image 2.0 | อันดับ 1 | สม่ำเสมอที่สุดในทั้งห้างาน แม้ได้พรอมป์ที่ให้ข้อมูลน้อย |
| Nano Banana Pro | อันดับ 2 | ทำงานภาพโฆษณาและแคตตาล็อกได้ดี แต่ทำอินโฟกราฟิกและเมนูได้ไม่ครบ |
| Nano Banana | อันดับ 3 | ถูกมองเป็นเครื่องมือทำดราฟต์หรือหามู้ด มีข้อจำกัดเมื่อบริบทละเอียดและเมื่อต้องเรนเดอร์ตัวอักษรภาษาไทย |
| Seedream 4.0 | ไม่จัดอันดับ | ภาพโฆษณาไม่เป็นไปตามพรอมป์อย่างที่คาด ตัวอักษรบนภาพอ่านไม่ออก และรูปอักขระไม่ตรงกับอักษรไทย |
| Seedream 5.0 Lite | ไม่จัดอันดับ | ไม่จัดอันดับด้วยเหตุผลเดียวกับ Seedream 4.0 คือความแม่นตามพรอมป์ ตัวอักษรบนภาพอ่านไม่ออก และรูปอักขระไม่ตรงกับอักษรไทย |
ทำไมอักษรไทยเรนเดอร์ยากกว่าภาษาอังกฤษ
การเขียนภาษาไทยวางเครื่องหมายซ้อนกันในแนวตั้งและเขียนคำติดกัน จึงเปิดช่องให้โมเดลสร้างภาพผิดพลาดได้มากกว่าตัวอักษรละติน สระวางได้ทั้งข้างบน ข้างล่าง ข้างหน้า และข้างหลังพยัญชนะ วรรณยุกต์ซ้อนอยู่เหนือสระ และไม่มีการเว้นวรรคระหว่างคำภายในประโยค
ส่วนวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อความจากแหล่งข่าว โมเดลที่สร้างตัวอักษรอยู่ภายในภาพคือการวาดรูปทรงที่มันเรียนรู้มา ไม่ใช่การจัดพิมพ์ด้วยฟอนต์ ตัวอักษรละตินวางอยู่บนเส้นบรรทัดเดียวในลำดับที่แน่นอน รูปทรงที่ดูสมเหตุสมผลจึงมักเป็นตัวอักษรที่ถูกต้อง แต่ภาษาไทยเรียกร้องให้โมเดลวางเครื่องหมายไว้ที่ระดับความสูงที่ถูกต้องเหนือหรือใต้พยัญชนะตัวหนึ่งโดยเฉพาะ และต้องทำโดยไม่มีขอบเขตคำที่จะบอกได้ว่ากลุ่มอักษรจบที่ไหน โมเดลจึงเก่งการวางตัวอักษรอังกฤษได้ แล้วยังสร้างภาษาไทยที่อ่านออกมาเป็นเส้นหยึกหยักประดับได้อยู่ ซึ่งเป็นผลที่ Marketing Oops บรรยายไว้กับ Seedream ทั้งสองรุ่น
เรื่องนี้อธิบายด้วยว่าทำไมงานเมนูและอินโฟกราฟิกจึงเป็นสองงานที่เผยจุดอ่อนออกมา ทั้งสองงานวางสตริงภาษาไทยสั้น ๆ จำนวนมากในขนาดเล็ก ซึ่งวรรณยุกต์ที่วางผิดตำแหน่งคือความต่างระหว่างคำจริงกับรูปทรงหนึ่งรูป
ชุดทดสอบภาษาไทยห้าพรอมป์ที่ทำได้ในหนึ่งบ่าย
ไม่มีอะไรในการทดสอบของ Marketing Oops ที่ต้องใช้งบวิจัยเพื่อทำซ้ำ และการทำซ้ำกับแบรนด์ของคุณเองมีประโยชน์กว่าการเชื่ออันดับของใคร รวมถึงอันดับของทีมงานเอง ใช้ชุดพรอมป์ที่ตรึงไว้ รันแบบเดียวกันผ่านทุกโมเดลที่เครื่องมือของคุณมี และให้คะแนนความถูกต้องของตัวอักษรไทยก่อน
- ภาพโฆษณาสินค้าที่มีชื่อสินค้าจริงของคุณเป็นภาษาไทย ในขนาดที่จะใช้งานจริง
- รายการราคาหรือเมนูที่มีบรรทัดภาษาไทยอย่างน้อยแปดบรรทัด ซึ่งเป็นเคสตัวอักษรเล็กและหนาแน่น
- อินโฟกราฟิกที่มีหัวข้อภาษาไทยและป้ายกำกับภาษาไทยบนกราฟ ไม่ใช่มีแต่ชื่อเรื่องภาษาไทย
- เลย์เอาต์แคตตาล็อกที่มีสินค้าเดียวกันหลายรุ่นย่อย เพื่อทดสอบความสม่ำเสมอข้ามรายการ
- สตอรีบอร์ดหกเฟรมที่มีตัวละครเดิมปรากฏซ้ำ เพื่อทดสอบว่าตัวประธานของภาพคงเดิมข้ามเฟรมหรือไม่
ให้คะแนนผลลัพธ์แต่ละชิ้นสองรอบ รอบแรก คนไทยอ่านตัวอักษรทุกตัวบนภาพออกหรือไม่ รวมถึงวรรณยุกต์และชื่อสินค้า อะไรที่ไม่ผ่านรอบนี้คือตกไป ไม่ว่าภาพจะออกมาหน้าตาแบบใด รอบที่สองค่อยดู องค์ประกอบภาพ ความเข้ากับแบรนด์ และต้องออกแรงเขียนพรอมป์มากเท่าไรจึงได้ผลนั้น เก็บพรอมป์ไว้ในเอกสารเพื่อให้ทดสอบซ้ำได้เมื่อเวอร์ชันของโมเดลเปลี่ยน เพราะเวอร์ชันโมเดลเปลี่ยนจริง และอันดับจากเดือนกันยายนจะไม่คงอยู่ตลอดไป
สิ่งที่การทดสอบของ Marketing Oops ยังไม่ได้พิสูจน์
บทความเป็นความเห็นจากการทดลองใช้และไม่ได้อ้างเป็นอย่างอื่น ช่องว่างที่เหลือจึงควรพูดออกมาตรง ๆ แทนที่จะกลบไว้
- รันพรอมป์ละหนึ่งครั้ง ไม่มีการทดลองซ้ำและไม่มีการควบคุม seed จึงไม่ได้วัดความแปรปรวนระหว่างการรันแต่ละครั้ง
- ไม่มีขนาดตัวอย่างในความหมายทางสถิติ ซึ่งหมายความว่าการเจนเนอเรตที่โชคไม่ดีครั้งเดียวอาจเป็นเหตุของอันดับหนึ่งอันดับได้
- ไม่มีรายละเอียดค่าใช้จ่ายหรือโควตาการใช้โมเดลผ่าน AiPASS
- ไม่มีการเทียบกับการเข้าใช้โมเดลเดียวกันแบบจ่ายเงินโดยตรง จึงไม่บอกว่าตัวแพลตฟอร์มหรือตัวโมเดลเป็นข้อจำกัด
- บทความระบุว่าผลลัพธ์เปลี่ยนได้ตามเวอร์ชันของโมเดล การตั้งค่า และสไตล์ของพรอมป์ ซึ่งเป็นข้อสงวนที่ซื่อตรงของการทดสอบรันครั้งเดียว
คำถามเรื่องลิขสิทธิ์การใช้งานที่บทความไม่ได้ตอบ
Marketing Oops ไม่ได้พูดถึงว่าผลงานครีเอทีฟที่ผลิตผ่านแพลตฟอร์มของรัฐได้รับอนุญาตให้ใช้ในเชิงพาณิชย์ของแบรนด์หรือไม่ และนั่นคือคำถามที่ทีมแบรนด์ต้องตอบก่อนจะนำผลงานเหล่านี้ออกใช้ ไม่มีอะไรในการทดสอบที่พูดถึงเรื่องนี้ในทางใดทางหนึ่ง
ส่วนวิเคราะห์ ลำดับที่ทำให้ทีมไม่เจอปัญหาคือเคลียร์สิทธิ์การใช้งานก่อนเปรียบเทียบโมเดล ไม่ใช่หลังจากนั้น เพราะโมเดลที่ชนะการทดสอบตัวอักษรไทยของคุณก็ไร้ประโยชน์ถ้าผลงานปรากฏในโฆษณาที่จ่ายเงินไม่ได้ ระหว่างที่ยังไม่มีการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร การใช้ผลงานจาก AiPASS ที่ความเสี่ยงต่ำคืองานภายใน เช่น ดราฟต์ มู้ดบอร์ด และการทดสอบเลย์เอาต์ ส่วนงานที่ลูกค้าเห็นควรผ่านช่องทางที่ทีมของคุณอ่านเงื่อนไขลิขสิทธิ์มาแล้ว
เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดในประเทศไทย
เรื่องนี้เป็นข่าวไทยที่มีข้อเท็จจริงไทย จึงไม่ต้องอนุมานมาก เมื่อยอดลงทะเบียนล่วงหน้าทะลุ 1.3 ล้านราย และแพลตฟอร์มเปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2026 ทีมการตลาดไทยจำนวนมากจึงเข้าถึงโมเดลสร้างภาพห้าตัวเดียวกันได้ฟรี ซึ่งทำให้ตัวเครื่องมือหมดสภาพการเป็นจุดต่างเกือบทันที สิ่งที่แยกผลงานออกจากกันคือวินัยในการเขียนพรอมป์ ระบบแบรนด์ที่อยู่เบื้องหลัง และความกล้าที่จะปฏิเสธภาพหน้าตาดีที่มีตัวอักษรไทยพัง
มีเส้นแบ่งอีกเส้นที่ควรรักษาให้ชัด การถูกค้นพบและถูกอ้างอิงโดยเครื่องมือตอบคำถามด้วย AI เป็นงานหนึ่ง และเป็นงานที่อยู่ในขอบเขตของ การทำ AI search visibility ส่วนการผลิตงานครีเอทีฟด้วยโมเดล AI เป็นงานอีกแบบที่มีรูปแบบความผิดพลาดต่างกัน และข่าวนี้เป็นงานแบบที่สองทั้งหมด การเหมารวมสองเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวคือสาเหตุที่ทีมวัดอย่างหนึ่งแต่จ่ายเงินให้อีกอย่างหนึ่ง
สำหรับทีมที่ผลิตงานภาพออกมาต่อเนื่อง การตรวจตัวอักษรไทยควรอยู่ภายในกระบวนการ บริการ content marketing ที่เขียนบรีฟให้งานภาพเหล่านั้น และอยู่ภายในกระบวนการ ออกแบบเว็บไซต์ ที่งานภาพไปลงเอย ไม่ใช่เป็นขั้นตอนตรวจแยกที่ต้องมีใครจำได้ ใส่มันลงในเทมเพลต ไม่ใช่ฝากไว้ในหัวคน
คำถามที่พบบ่อยเรื่องการทดสอบโมเดลสร้างภาพบน AiPASS
โมเดลสร้างภาพตัวไหนบน AiPASS จัดการตัวอักษรไทยได้ดีที่สุด
Marketing Oops ให้ GPT-Image 2.0 เป็นอันดับหนึ่งในการทดสอบที่เผยแพร่วันที่ 6 กันยายน 2026 โดยระบุว่าสม่ำเสมอที่สุดในทั้งห้างานแม้ได้พรอมป์ที่ให้ข้อมูลน้อย นั่นคือผลจากการทดลองใช้ของทีมงานที่รันพรอมป์ละหนึ่งครั้ง ไม่ใช่การเบนช์มาร์ก
Seedream ทำภาษาไทยไม่ได้เลยหรือ
Marketing Oops ปล่อยให้ Seedream 4.0 และ Seedream 5.0 Lite ไม่ถูกจัดอันดับในการทดสอบของทีมงาน เพราะตัวอักษรบนภาพอ่านไม่ออกและรูปอักขระไม่ตรงกับอักษรไทย การทดสอบนี้รันพรอมป์ละหนึ่งครั้ง จึงบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นในเซสชันของทีมงาน ไม่ใช่การยืนยันคุณสมบัติถาวรของโมเดล และบทความระบุว่าผลลัพธ์เปลี่ยนได้ตามเวอร์ชันของโมเดล การตั้งค่า และสไตล์ของพรอมป์
ใครลงทะเบียน TH-AI Passport ได้
คนไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปในวันลงทะเบียน และต้องลงทะเบียนด้วยตนเอง ไม่อนุญาตให้ผู้อื่นทำแทน การลงทะเบียนต้องใช้บัญชี Google Microsoft หรือ Apple ร่วมกับทางรัฐหรือ ThaID เพื่อยืนยันตัวตน และผู้ที่ลงทะเบียนก่อนวันที่ 30 พฤศจิกายน 2026 จะได้รับการอัปเกรดเป็นสิทธิ์ระดับ Creator
นำภาพจาก AiPASS ไปใช้ในแคมเปญโฆษณาที่จ่ายเงินได้หรือไม่
แหล่งข่าวไม่ได้ระบุ Marketing Oops ไม่ได้พูดถึงว่าผลงานที่ผลิตผ่านแพลตฟอร์มของรัฐได้รับอนุญาตให้ใช้ในเชิงพาณิชย์ของแบรนด์หรือไม่ ทีมแบรนด์จึงต้องยืนยันสิทธิ์การใช้งานด้วยตนเองก่อนนำออกใช้
การทดสอบบอกอะไรเรื่องค่าใช้จ่ายไหม
ไม่บอก บทความไม่ได้ให้รายละเอียดค่าใช้จ่ายหรือโควตาการใช้โมเดลผ่าน AiPASS และไม่ได้เทียบกับการเข้าใช้โมเดลเดียวกันแบบจ่ายเงินโดยตรง
ก้าวต่อไปจากจุดนี้
ถ้าทีมของคุณลงทะเบียน TH-AI Passport ในสองสัปดาห์แรกและกำลังตัดสินใจว่าจะยึดโมเดลตัวไหนเป็นมาตรฐาน ให้รันพรอมป์ภาษาไทยห้าชุดด้านบนก่อนตัดสินใจ ถ้าคุณอยากให้ออกแบบการทดสอบรอบตัวอักษร ชื่อสินค้า และช่องทางของคุณเอง พร้อมเคลียร์คำถามเรื่องลิขสิทธิ์ให้จบก่อนนำงานออกใช้ งานลักษณะนี้เราจัดให้ได้ บอกเรามาว่าเครื่องมือของคุณมีโมเดลอะไรให้เลือก แล้วเราจะเริ่มจากจุดนั้น







