Remarketing คือการแสดงโฆษณาให้กับคนที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับเว็บไซต์ แอป หรือเนื้อหาของคุณมาก่อน เพื่อดึงพวกเขากลับมาทำสิ่งที่ค้างไว้ให้เสร็จ แทนที่จะจ่ายเงินเข้าถึงกลุ่มคนที่ไม่เคยรู้จักแบรนด์ คุณกลับมาเชื่อมต่อกับคนที่เคยดูสินค้า อ่านหน้าเพจ หรือทิ้งตะกร้าไว้โดยยังไม่ซื้อ เพราะคนกลุ่มนี้รู้จักแบรนด์อยู่แล้ว remarketing จึงมักได้การตอบสนองที่ดีกว่าการโฆษณาไปยังคนแปลกหน้า
คู่มือนี้ตอบคำถามที่นักการตลาดถามบ่อยที่สุด คือ remarketing คืออะไร ใช้ทำอะไร รายชื่อ remarketing คืออะไร สร้างอย่างไร และต่างจาก retargeting ตรงไหน
Remarketing คืออะไร
Remarketing ใช้โค้ดติดตามชิ้นเล็ก ๆ ที่มักเรียกว่าพิกเซลหรือแท็ก วางไว้บนเว็บของคุณ เมื่อมีคนเข้าชม แท็กจะบันทึกตัวระบุแบบไม่เปิดเผยตัวตนลงในรายชื่อ จากนั้นแพลตฟอร์มโฆษณาอย่าง Google Ads จะแสดงโฆษณาที่ปรับให้เหมาะกับรายชื่อนั้นขณะที่ผู้ใช้ท่องเว็บ ดูวิดีโอ หรือใช้แอป เป้าหมายเรียบง่าย คือเตือนผู้ที่สนใจให้กลับมาซื้อ สมัคร หรือติดต่อสอบถามให้เสร็จ
Remarketing ทำงานได้หลายช่องทาง คุณรันได้ทั้งบนเครือข่ายของ Google บนโซเชียล และผ่านอีเมลตามการกระทำที่ผู้คนทำกับแบรนด์ เช่น คนที่ดูห้องพักโรงแรมอาจเห็นโฆษณาห้องเดิมนั้นในภายหลังขณะอ่านข่าว
Remarketing ใช้ทำอะไร
นักการตลาดเลือกใช้ remarketing เมื่อต้องการกู้ความสนใจที่หายไป ไม่ใช่สร้างดีมานด์ใหม่ การใช้งานที่พบบ่อยได้แก่
- กู้ตะกร้าและฟอร์ม: กระตุ้นคนที่ใส่สินค้าลงตะกร้าแต่ไม่จ่ายเงิน หรือคนที่เริ่มกรอกฟอร์มแล้วออกไป
- เตือนสินค้าและหน้าเพจ: แสดงสินค้าหรือบริการที่คนเคยดู ทำให้ข้อเสนอยังอยู่ในใจ
- ขายต่อยอดและขายเพิ่ม: เสนอสินค้าที่เกี่ยวข้องให้คนที่ซื้อไปแล้ว ตามสิ่งที่พวกเขามี
- ดูแลลีด: คงให้แบรนด์อยู่ในสายตาของว่าที่ลูกค้าตลอดช่วงตัดสินใจที่ยาวนาน
- ดึงลูกค้าเก่ากลับมา: ชนะใจคนที่เคยซื้อครั้งเดียวแล้วเงียบหายไป
เพราะเป็นกลุ่มที่อุ่นอยู่แล้ว remarketing จึงมักมีต้นทุนต่อการเปลี่ยนเป็นลูกค้าต่ำกว่าแคมเปญหาลูกค้าใหม่ ทำให้เข้ากันได้ดีกับงาน โฆษณาแบบดิสเพลย์ และการค้นหาแบบเสียเงินในภาพรวม
รายชื่อ remarketing คืออะไร
รายชื่อ remarketing คือกลุ่มคนที่บันทึกไว้ ซึ่งมีพฤติกรรมร่วมกันที่คุณสนใจ แต่ละรายชื่อกำหนดด้วยกฎหนึ่งข้อ ผู้ใช้จะเข้าหรือออกเมื่อพฤติกรรมตรงหรือหมดอายุจากกฎนั้น ระยะเวลาการเป็นสมาชิกกำหนดว่าคนหนึ่งจะอยู่ในรายชื่อได้นานเท่าใด เช่น 30 หรือ 90 วัน หลังจากนั้นจะหลุดออกหากไม่กลับมา
ตัวอย่างการเปรียบเทียบรายชื่อที่ใช้งานจริง
| ประเภทรายชื่อ | เก็บใครไว้ | ใช้งานทั่วไป |
|---|---|---|
| ผู้เข้าชมทั้งหมด | ทุกคนที่เข้าถึงเว็บของคุณ | เตือนแบรนด์แบบกว้าง |
| ผู้ดูสินค้า | คนที่ดูสินค้าหรือหมวดหมู่เฉพาะ | โฆษณาเตือนระดับรายชิ้น |
| ผู้ทิ้งตะกร้า | ใส่ตะกร้าแต่ไม่ซื้อ | กู้กลุ่มที่ตั้งใจซื้อสูง |
| ผู้เคยซื้อ | ซื้อหรือกรอกลีดสำเร็จ | ขายต่อยอด กันซ้ำ หรือสร้างความภักดี |
| ผู้อ่านเนื้อหา | อ่านบล็อกหรือคู่มือ | กระตุ้นสู่การเปลี่ยนเป็นลูกค้าครั้งแรก |
รายชื่อที่สร้างมาดียังใช้การยกเว้นด้วย ถ้าใครเปลี่ยนเป็นลูกค้าแล้ว คุณลบเขาออกจากรายชื่อกู้คืนได้ เพื่อหยุดจ่ายเงินเข้าถึงคนที่ซื้อจบไปแล้ว
วิธีสร้างรายชื่อ remarketing
รายละเอียดต่างกันไปตามแพลตฟอร์ม แต่รูปแบบงานคล้ายกัน สรุปโดยย่อ
- ติดตั้งแท็ก: เพิ่มแท็ก remarketing หรือแท็กวิเคราะห์ลงทุกหน้า และยืนยันว่าทำงาน
- กำหนดกฎ: เลือกทริกเกอร์ เช่น เข้าชม URL ดูสินค้า หรือมาถึงหน้าขอบคุณ
- ตั้งระยะเวลา: เลือกช่วงการเป็นสมาชิกให้เข้ากับวงจรการซื้อ
- ปล่อยให้เติม: รอจนรายชื่อถึงจำนวนขั้นต่ำของแพลตฟอร์มก่อนที่โฆษณาจะแสดงได้
- ผูกกับแคมเปญ: ยิงโฆษณาไปยังรายชื่อด้วยครีเอทีฟที่ปรับให้เหมาะและข้อเสนอที่ชัดเจน
ภาพรวมแบบมีโครงสร้างต่อไปนี้สรุปขั้นตอนเดียวกันเพื่อใช้อ้างอิงเร็ว
- ขั้นที่ 1 แท็ก: โค้ดติดตามทำงานและยืนยันแล้วบนเว็บ
- ขั้นที่ 2 เซกเมนต์: เขียนกฎสำหรับพฤติกรรมที่ต้องการ
- ขั้นที่ 3 ระยะเวลา: ตั้งความยาวการเป็นสมาชิกตามวงจรของคุณ
- ขั้นที่ 4 เกณฑ์ขั้นต่ำ: รายชื่อโตเกินจำนวนกลุ่มขั้นต่ำ
- ขั้นที่ 5 เปิดใช้งาน: กำหนดครีเอทีฟและบิด แคมเปญเริ่มทำงาน
ความยินยอมสำคัญในทุกขั้นตอน เก็บและใช้ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่ผู้เข้าชมยินยอม และเคารพกฎความเป็นส่วนตัวของแต่ละภูมิภาค ผู้ให้ บริการ remarketing ที่เชี่ยวชาญช่วยตั้งค่าแท็ก รายชื่อ และการจัดการความยินยอมให้ข้อมูลสะอาดและถูกต้องตามกฎ
Retargeting กับ remarketing
สองคำนี้มักใช้แทนกัน และในบทสนทนาทั่วไปก็ไม่มีปัญหา จุดที่คนขีดเส้นแบ่งมักเป็นแบบนี้ retargeting มักหมายถึงโฆษณาแบบเสียเงินที่ยิงไปยังผู้เข้าชมเก่าทั่วเว็บ ส่วน remarketing ใช้ในความหมายกว้างกว่า รวมถึงช่องทางอย่างอีเมลที่ดึงคนกลับมาตามการกระทำ ในทางปฏิบัติ แพลตฟอร์มสมัยใหม่ส่วนใหญ่รวมสองแนวคิดนี้ไว้ในวิธีที่อิงกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน
| แง่มุม | Retargeting | Remarketing |
|---|---|---|
| ความหมายทั่วไป | โฆษณาเสียเงินถึงผู้เข้าชมเก่า | การดึงกลับที่กว้างกว่า รวมอีเมล |
| ช่องทางหลัก | โฆษณาดิสเพลย์และโซเชียล | โฆษณาบวกช่องทางที่เป็นเจ้าของเอง |
| ทริกเกอร์ | พฤติกรรมบนเว็บหรือแอป | พฤติกรรมบนเว็บหรือข้อมูลลูกค้า |
| ส่วนที่ทับกัน | มาก แพลตฟอร์มรวมทั้งสองไว้ใต้การยิงตามกลุ่มเป้าหมาย | |
ตัวอย่างของ remarketing
ลองนึกถึงร้านค้าออนไลน์ที่ขายรองเท้าวิ่ง ผู้เข้าชมดูรองเท้าคู่หนึ่ง ใส่ลงตะกร้า แล้วออกไปเทียบราคา แท็ก remarketing ได้ใส่เขาไว้ในรายชื่อผู้ทิ้งตะกร้า ในไม่กี่วันถัดมา ผู้ซื้อคนนั้นเห็นโฆษณารองเท้าคู่เดิม บางครั้งมีข้อความส่งฟรี ขณะท่องเว็บอื่นและฟีดโซเชียล การเตือนดึงเขากลับมา และเขาก็ซื้อ ตรรกะเดียวกันนี้ทำงานบน Facebook ads และแคมเปญค้นหา และได้ผลดีพอกันกับธุรกิจบริการที่ต้องคงชื่อไว้ในสายตาว่าที่ลูกค้าตลอดช่วงตัดสินใจที่ยาวนาน
Remarketing ตอบแทนความอดทนและข้อมูลที่สะอาดมากกว่าลูกเล่นฉลาด ๆ ตั้งแท็ก รายชื่อ และการยกเว้นให้ถูกต้อง คงครีเอทีฟให้ตรงประเด็น และจับคู่กับ Google Ads และแผนการตลาดในภาพรวม แล้วมันจะกลายเป็นหนึ่งในรายการที่คุ้มค่าที่สุดบนแผนสื่อของคุณอย่างเงียบ ๆ




