A translucent slider track crossing seven frosted panels of different heights, illustrating the Performance Max Channels slider that adjusts how much each channel is prioritised.

Google ทดสอบตัวเลื่อนช่องทางใน Performance Max

Google AdsAugust 27, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ว่า Google กำลังทดสอบตัวเลื่อนช่องทางใน Performance Max สำหรับจัดลำดับความสำคัญของคอนเวอร์ชันรายช่องทาง
  • ช่องทางที่ระบุคือ Google Search, Google Partners, Discover, Maps, YouTube, Display Network และ Gmail โดยไล่จากความสำคัญต่ำ ผ่านค่า Auto ไปถึงความสำคัญสูง
  • Google ระบุว่าการปรับค่าบวกผ่อนเป้า CPA ของช่องทางนั้น ส่วนค่าลบรัดให้แน่นขึ้น จึงเป็นคันโยกฝั่งบิด ไม่ใช่การแบ่งงบประมาณ
  • ตัวควบคุมถูกกำกับว่า Alpha ซึ่งเป็นขั้นก่อนเบต้า และต้องติดต่อตัวแทน Google หากยังไม่เห็นในบัญชี
  • Heidi Sturrock ผู้แชร์เรื่องนี้ เตือนเรื่องจุดบอดของการระบุแหล่งที่มา ผู้ใช้อาจรู้จักแบรนด์บน YouTube แล้วเกิดคอนเวอร์ชันผ่าน Search อีกหลายวันถัดมา

Google กำลังทดสอบตัวเลื่อนช่องทางใน Performance Max ที่ให้ผู้ลงโฆษณาปรับได้ว่าระบบควรให้ความสำคัญกับคอนเวอร์ชันจากแต่ละช่องทางมากน้อยแค่ไหน โดย Search Engine Roundtable รายงานเรื่องนี้เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 หลังมีผู้พบการตั้งค่านี้ในหน้าจอจริงและ Heidi Sturrock นำไปแชร์บน LinkedIn ช่องทางที่ระบุไว้ในตัวควบคุมนี้ประกอบด้วย Google Search, Google Partners, Discover, Maps, YouTube, Display Network และ Gmail ตัวควบคุมถูกกำกับว่าอยู่ในสถานะ Alpha ซึ่งเป็นขั้นก่อนหน้าเบต้าเสียอีก จึงยังไม่เปิดใช้งานทั่วไปและยังไม่มีการประกาศกำหนดการเปิดตัว

ย่อหน้าเดียวข้างต้นเกือบจะเป็นทั้งหมดของข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ ส่วนที่เหลือด้านล่างจะแยกให้ชัดระหว่างสิ่งที่รายงานระบุ กับสิ่งที่ผู้ลงโฆษณาอาจนำไปใช้ต่ออย่างสมเหตุสมผล เพราะนี่คือตัวควบคุมที่คนใช้ Performance Max เรียกร้องมาตั้งแต่วันแรกที่แคมเปญประเภทนี้เปิดตัว และคำขอที่ได้รับการตอบสนองในระดับ Alpha ก็ยังเป็นแค่คำขออยู่ดี ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่ใช้ได้จริง

ตัวควบคุมนี้ทำอะไรกันแน่

ตัวเลื่อนไล่จากการให้ความสำคัญต่ำทางซ้าย ผ่านค่า Auto ไปจนถึงการให้ความสำคัญสูงทางขวา กลไกที่ Google อธิบายไว้ในตัวผลิตภัณฑ์นั้นเจาะจงมาก และควรอ่านตามรูปประโยคจริงมากกว่าอ่านตามความรู้สึก คือการปรับค่าบวกจะผ่อนเป้า CPA ของช่องทางนั้นให้หลวมขึ้น ส่วนการปรับค่าลบจะรัดเป้า CPA ให้แน่นขึ้น

ถ้อยคำนี้สำคัญกว่าคำว่าให้ความสำคัญเสียอีก เพราะนี่ไม่ใช่การแบ่งงบประมาณ และไม่ใช่สวิตช์เปิดปิดช่องทาง แต่เป็นคำสั่งฝั่งบิดที่แสดงออกผ่านความยืดหยุ่นของต้นทุนต่อคอนเวอร์ชัน การดัน YouTube ไปทางบวกคือการบอกระบบว่าคุณยอมรับต้นทุนต่อคอนเวอร์ชันที่สูงขึ้นจาก YouTube ก่อนที่ระบบจะถอย ส่วนการดึง Display Network ไปทางลบคือการบอกระบบว่าต้องได้คอนเวอร์ชันที่ถูกลงกว่าเดิมก่อนจึงจะใช้เงินต่อ ระบบยังคงเป็นฝ่ายจัดสรรงบอยู่ดี สิ่งที่คุณขยับคือราคาที่ระบบได้รับอนุญาตให้จ่ายในแต่ละช่องทาง ไม่ใช่การหั่นงบออกเป็นก้อน ๆ

ข้อความของ Google ที่แสดงข้างการตั้งค่านี้ระบุว่า Performance Max ปรับให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติเพื่อคอนเวอร์ชันรวมทุกช่องทาง และการปรับการตั้งค่าเหล่านี้จะส่งผลต่อประสิทธิภาพโดยตรง อ่านตรงตัวแล้วนี่คือ Google บอกว่าค่าเริ่มต้นคือจุดที่ดีที่สุดสำหรับคอนเวอร์ชันรวม และการปรับคือการเดินออกจากจุดนั้นโดยตั้งใจ

ตารางด้านล่างคือทุกอย่างที่รายงานของ Search Engine Roundtable ยืนยันเกี่ยวกับการทดสอบนี้ แยกออกจากการตีความ เพื่อให้เห็นชัดว่าหลักฐานสิ้นสุดตรงไหน

ตัวควบคุมนี้ทำอะไรกันแน่
รายละเอียดสิ่งที่รายงานระบุ
คืออะไรตัวเลื่อนช่องทางในการตั้งค่าช่องทางของ Performance Max สำหรับปรับระดับความสำคัญของคอนเวอร์ชันจากแต่ละช่องทาง
ช่องทางที่ครอบคลุมGoogle Search, Google Partners, Discover, Maps, YouTube, Display Network และ Gmail
ช่วงของตัวควบคุมความสำคัญต่ำทางซ้าย ค่า Auto ตรงกลาง แล้วไปสู่ความสำคัญสูงทางขวา
กลไกที่ระบุไว้การปรับค่าบวกผ่อนเป้า CPA ของช่องทางนั้น ส่วนการปรับค่าลบรัดเป้า CPA ให้แน่นขึ้น
สถานะและการเข้าถึงกำกับว่า Alpha ระบุว่ากำลังทยอยเปิด และให้ติดต่อตัวแทน Google หากยังไม่เห็นในบัญชี

ทำไมนี่คือสิ่งที่ผู้ลงโฆษณาขอมาหลายปี

Performance Max แลกการควบคุมกับการเข้าถึงมาตลอด แคมเปญเดียวใช้เงินข้าม Search, YouTube, Display, Discover, Gmail และ Maps แล้วผู้ลงโฆษณาเห็นผลลัพธ์ก้อนเดียวที่ผสมรวมกันแล้ว ข้อร้องเรียนเป็นแบบเดียวกันมาตั้งแต่เปิดตัว คือเมื่อแคมเปญ Performance Max ทำผลงานได้ไม่ดี ผู้ลงโฆษณามักพอมองออกว่าพื้นผิวไหนดูดเงินไป แต่ทำอะไรกับมันได้ไม่มาก นอกจากรื้อชุดชิ้นงาน ปรับสัญญาณกลุ่มเป้าหมายให้แคบลง หรือแยกแคมเปญออกจากกัน

ตัวควบคุมระดับช่องทางเปลี่ยนเรื่องนี้ Sturrock อธิบายข้อดีไว้ในกรณีที่ระบบไปหมกมุ่นกับการเทเงินลงช่องทางที่ไม่สร้างผลลัพธ์ โดยบอกว่าการตั้งค่านี้ช่วยชี้ให้ระบบถอยเร็วกว่าที่มันจะคิดออกเองได้ นั่นคือปัญหาจริงที่มีทางแก้ที่ฟังขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมมันจึงต้องถูกจับต้องอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่อย่างตื่นเต้น

ข้อควรระวังที่สำคัญกว่าตัวฟีเจอร์

Sturrock แนบคำเตือนของเธอเองมากับฟีเจอร์นี้ด้วย และนั่นคือส่วนที่ควรหอบกลับไปใช้ในบัญชีจริง Performance Max ถูกออกแบบมาให้ทำงานตลอดเส้นทางของลูกค้า ผู้ใช้คนหนึ่งอาจรู้จักแบรนด์จากโฆษณาบน YouTube ที่ต้นทางของกรวย แล้วเกิดคอนเวอร์ชันอีกหลายวันถัดมาผ่าน Search ที่ปลายกรวย คำแนะนำของเธอคือให้ระวังจุดบอดของการระบุแหล่งที่มา และให้เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของผลลัพธ์ในกรอบเวลาที่ยาวขึ้นหากเลือกใช้การตั้งค่านี้

การให้เหตุผลของ Relevant Audience ต่อยอดจากตรงนั้นไปอีกหนึ่งก้าว หากหลักฐานที่คุณใช้ตัดสินว่าช่องทางหนึ่งอ่อนแอมีรูปร่างแบบคลิกสุดท้าย การรัดช่องทางนั้นไม่ได้ตัดความสูญเปล่าออก แต่ตัดการสร้างดีมานด์ที่ช่องทางปลายทางพึ่งพาอยู่ออกไป คอนเวอร์ชันจาก Search ที่ดูคุ้มค่าในวันนี้อาจคุ้มค่าส่วนหนึ่งเพราะ YouTube และ Discover ใช้เงินสร้างดีมานด์ไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน แล้วคำค้นหาแบรนด์เป็นฝ่ายเก็บเกี่ยว เมื่อคุณตัดต้นกรวยด้วยหลักฐานจากปลายกรวย ปลายกรวยจะบางลงในอีกไม่กี่สัปดาห์ถัดมา และถึงตอนนั้นตัวเลื่อนจะดูไร้เดียงสา เพราะความเสียหายมาถึงแบบมีดีเลย์

นี่ไม่ใช่การคัดค้านตัวควบคุมนี้ แต่เป็นการชี้ว่าตัวควบคุมนี้ขยายเสียงของโมเดลการระบุแหล่งที่มาที่คุณเชื่ออยู่แล้ว คุณภาพของโมเดลนั้นจึงกลายเป็นข้อจำกัดที่แท้จริง

ควรดูอะไรก่อนแตะตัวเลื่อน

รายการต่อไปนี้ไม่ใช่วิธีการที่แหล่งข่าวรับรอง แต่เป็นสิ่งที่กลไกซึ่งถูกระบุไว้บอกเป็นนัยว่าคุณต้องมีหลักฐานแบบไหน มีสามเรื่องที่ควรทำให้ชัดก่อน

เรื่องแรก ดูผลงานระดับช่องทางในบัญชีของคุณเอง ไม่ใช่ดูคำแนะนำทั่วไปว่าพื้นผิวไหนของ Performance Max สิ้นเปลือง รายงานระดับช่องทางของ Performance Max โปร่งใสขึ้นเรื่อย ๆ ในหลายรอบการอัปเดต คำถามคือข้อมูลของคุณเองแสดงให้เห็นหรือไม่ว่ามีช่องทางที่ดูดงบอย่างสม่ำเสมอโดยไม่สร้างคอนเวอร์ชัน หรือแค่สร้างคอนเวอร์ชันที่โมเดลของคุณไปให้เครดิตที่อื่น

เรื่องที่สอง ดูว่าคอนเวอร์ชันของคุณถูกระบุแหล่งที่มาอย่างไร ถ้าบัญชีใช้คลิกสุดท้าย ตัวเลื่อนที่จัดสรรใหม่บนฐานความยืดหยุ่นของ CPA ก็กำลังถูกป้อนด้วยโมเดลที่ประเมินทุกอย่างที่อยู่ต้นทางต่ำกว่าความจริงโดยโครงสร้าง การรู้ว่าคุณอยู่บนโมเดลแบบอิงข้อมูลหรือแบบคลิกสุดท้ายเปลี่ยนความหมายของคำว่าช่องทางที่ดูอ่อนแอไปเลย ซึ่งเป็นประเด็นที่กว้างกว่านั้นว่าบัญชี Google Ads ควรถูกวัดผลให้ถูกก่อนจะถูกปรับให้ดีขึ้น

เรื่องที่สาม ดูว่าช่องทางที่ดูอ่อนแอนั้นอยู่ตรงไหนของเส้นทาง ช่องทางที่ปรากฏช่วงต้นของเส้นทางที่จบด้วยคอนเวอร์ชัน และแทบไม่เคยได้เครดิตคลิกสุดท้าย คือกรณีคลาสสิกที่ควรปล่อยไว้เฉย ๆ และเป็นกรณีที่การปรับค่าลบมีโอกาสสูงที่สุดที่จะเสียมากกว่าประหยัด เรื่องนี้เห็นชัดที่สุดกับวิดีโอ ซึ่ง โฆษณาบน YouTube มักทำหน้าที่แนะนำแบรนด์ แล้วให้การค้นหาชื่อแบรนด์เป็นฝ่ายปิดการขายในอีกไม่กี่วันถัดมา

สิ่งที่แหล่งข่าวไม่ได้ระบุ

รายการสิ่งที่ยังไม่รู้ในเรื่องนี้ยาวกว่ารายการสิ่งที่รู้แล้ว และการทำเป็นไม่รู้ก็คือความผิดพลาด รายงานของ Search Engine Roundtable ไม่ได้ให้กำหนดการเปิดตัวและไม่ได้ให้วันที่เปิดใช้งานทั่วไป ไม่ได้ระบุตลาดใด จึงไม่มีอะไรจะพูดได้ว่าบัญชีในไทยหรือประเทศใดอยู่ในการทดสอบนี้ ไม่ได้ระบุเงื่อนไขคุณสมบัติใดนอกจากการติดต่อตัวแทน Google เพื่อขอสิทธิ์เข้าถึงหากยังไม่เห็นตัวควบคุม ไม่ได้ให้คำแนะนำว่าปรับได้มากแค่ไหนจึงปลอดภัย ไม่ได้ให้สเกลตัวเลขของตัวเลื่อน และไม่ได้ระบุว่าการตั้งค่านี้ทำงานร่วมกับกลยุทธ์การเสนอราคาแบบเป้าหมาย CPA หรือเป้าหมาย ROAS ระดับแคมเปญอย่างไร

รายงานยังไม่ได้บอกด้วยว่าฟีเจอร์นี้จะรอดพ้นจากขั้น Alpha หรือไม่ ฟีเจอร์ในระยะนี้ถูกเปลี่ยนหรือถูกยกเลิกอยู่บ่อยครั้ง และความเห็นสาธารณะของ Andrew Goodman ใต้โพสต์ที่ว่าเขาจะรอการเปิดตัว ก็เป็นคำอธิบายสถานะปัจจุบันที่ตรงไปตรงมา ใครที่เขียนเอกสารกระบวนการทำงานรอบเรื่องนี้ในวันนี้ กำลังเขียนถึงสิ่งที่อาจไม่มีอยู่แล้วในอีกสามเดือน

เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรกับนักการตลาดไทย

รายงานของ Search Engine Roundtable ไม่ได้กล่าวถึงประเทศไทย และยังไม่มีการเผยแพร่รายชื่อตลาด จึงไม่มีฐานให้บอกได้ว่าบัญชีในประเทศไทยเห็นตัวควบคุมนี้หรือไม่ ถ้ายังไม่เห็นในบัญชีของคุณ เส้นทางเดียวที่ถูกระบุไว้คือการถามตัวแทน Google

ย่อหน้าถัดไปเป็นการให้เหตุผลของ Relevant Audience ไม่ใช่สิ่งที่แหล่งข่าวระบุ ข้อควรระวังข้างต้นกระทบบัญชีไทยหนักกว่าบัญชีขนาดใหญ่ในสหรัฐด้วยเหตุผลเชิงโครงสร้าง คือจำนวนคอนเวอร์ชันต่อแคมเปญที่นี่มักน้อยกว่า และจำนวนคอนเวอร์ชันที่น้อยทำให้การตัดสินระดับช่องทางมีสัญญาณรบกวนสูง ช่องทางที่ดูล้มเหลวบนฐานคอนเวอร์ชัน 40 ครั้งในหนึ่งเดือน อาจอยู่ในความผันผวนปกติมากกว่าจะเสียจริง และการปรับค่าลบบนหลักฐานแบบนั้นคือการเดาที่แต่งตัวมาเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพ ปริมาณที่น้อยแบบเดียวกันยังทำให้โมเดลระบุแหล่งที่มาแบบอิงข้อมูลมีเสถียรภาพต่ำลง ซึ่งพอดีเป๊ะกับโมเดลที่คุณควรมั่นใจก่อนจะไปแตะคันโยกที่ทำงานด้วยความยืดหยุ่นของ CPA

ยังมีรายละเอียดเฉพาะถิ่นอีกข้อที่ควรพูดถึง ในบัญชีที่คอนเวอร์ชันสัดส่วนใหญ่ไปจบนอกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะผ่าน LINE การโทรศัพท์ หรือการเดินเข้าหน้าร้าน รายงานช่องทางในแพลตฟอร์มก็เป็นภาพที่ไม่ครบอยู่แล้วว่าแต่ละพื้นผิวมีส่วนช่วยแค่ไหน การไปปรับความสำคัญของช่องทางบนภาพที่ไม่ครบนั้นเป็นการทบช่องว่างของการวัดผลให้ใหญ่ขึ้น ไม่ใช่การแก้ ลำดับที่สมเหตุสมผลคือแก้เรื่องการวัดผลก่อน แล้วค่อยเอื้อมไปหาตัวเลื่อนทีหลัง และในบัญชีส่วนใหญ่ งานแรกจะกินเวลานานกว่าที่ฟีเจอร์นี้จะพ้นขั้น Alpha เสียอีก

คำตอบเชิงปฏิบัติในตอนนี้จึงคืออ่านข่าวนี้เป็นสัญญาณว่า Performance Max กำลังมุ่งไปทางไหน มากกว่าจะอ่านเป็นงานที่ต้องทำ อย่างน้อย Google ก็แสดงท่าทีว่ายอมทดสอบการคืนการควบคุมระดับช่องทางให้ผู้ลงโฆษณา หลังจากไม่ทำเช่นนั้นมาหลายปี ทิศทางนั้นควรค่าแก่การรับรู้ ส่วนตัวควบคุมเองยังไม่ใช่สิ่งที่ควรวางแผนรออยู่ จนกว่ามันจะพ้นสถานะ Alpha

รายงานต้นทางพร้อมภาพหน้าจอจากตัวผลิตภัณฑ์ เผยแพร่โดย Search Engine Roundtable

คำถามที่พบบ่อย

ตอนนี้ใช้ตัวเลื่อนช่องทางของ Performance Max ได้เลยหรือยัง

ส่วนใหญ่ยังใช้ไม่ได้ เพราะถูกกำกับว่าอยู่ในสถานะ Alpha และยังไม่เปิดใช้งานทั่วไป Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ว่าฟีเจอร์กำลังทยอยเปิด และให้ผู้ลงโฆษณาติดต่อตัวแทน Google หากยังไม่เห็น โดยยังไม่มีการประกาศวันเปิดใช้งานทั่วไป

การปรับค่าบวกที่ช่องทางหนึ่งทำอะไรจริง ๆ

ข้อความของ Google ในตัวผลิตภัณฑ์ระบุว่าการปรับค่าบวกจะผ่อนเป้า CPA ของช่องทางนั้น ส่วนการปรับค่าลบจะรัดให้แน่นขึ้น ในทางปฏิบัติแปลว่าคุณกำลังเปลี่ยนต้นทุนต่อคอนเวอร์ชันที่ระบบยอมรับได้จากช่องทางนั้น ไม่ใช่การแบ่งงบระหว่างช่องทาง และไม่ใช่การปิดช่องทาง

ถ้า YouTube ไม่มีคอนเวอร์ชันเลย ควรปรับลงหรือไม่

ไม่ควรตัดสินจากหลักฐานคลิกสุดท้ายอย่างเดียว คำเตือนของ Heidi Sturrock คือ Performance Max ถูกออกแบบมาให้ทำงานตลอดเส้นทางของลูกค้า ผู้ใช้อาจรู้จักแบรนด์จาก YouTube แล้วเกิดคอนเวอร์ชันอีกหลายวันถัดมาผ่าน Search ช่องทางที่มีคอนเวอร์ชันคลิกสุดท้ายน้อยจึงอาจยังเป็นตัวสร้างดีมานด์ที่ Search เป็นฝ่ายปิด มุมมองของ Relevant Audience คือควรตรวจโมเดลระบุแหล่งที่มาที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขก่อนจะปรับค่าลบใด ๆ

ตัวเลื่อนช่องทางนี้ใช้ได้ในประเทศไทยหรือไม่

ยังไม่มีการระบุ รายงานของ Search Engine Roundtable ไม่ได้ระบุตลาดใดและไม่ได้ระบุเงื่อนไขคุณสมบัตินอกจากการติดต่อตัวแทน Google จึงไม่มีข้อมูลเผยแพร่ที่บอกได้ว่าประเทศใดอยู่ในการทดสอบ Alpha นี้

ฟีเจอร์นี้จะกลายเป็นส่วนถาวรของ Performance Max หรือไม่

ยังไม่มีการระบุไปในทางใดทางหนึ่ง ตัวควบคุมถูกกำกับว่า Alpha ซึ่งเป็นขั้นก่อนเบต้า และรายงานไม่ได้ให้กำหนดการเปิดตัว รวมทั้งไม่มีคำแถลงจาก Google ว่าการทดสอบนี้จะได้ไปต่อ ถูกเปลี่ยน หรือถูกยกเลิก

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: