สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- บทความบน Search Engine Journal ชิ้นนี้เป็นโพสต์สปอนเซอร์ที่ Trendos เขียนเอง ตัวเลขจึงมาจากแพลตฟอร์มของผู้ขายเองและยังไม่ผ่านการตรวจสอบโดยอิสระ
- สินค้าอุปโภคบริโภคแบ่งกลับด้าน คือคอมมูนิตี้และ UGC 50% แบรนด์ ค้าปลีก และสื่อของตัวเอง 46% สื่อบรรณาธิการอิสระและแหล่งอ้างอิง 4%
- บริการด้านการสื่อสารอยู่ที่คอมมูนิตี้และ UGC 50% แบรนด์ ค้าปลีก และสื่อของตัวเอง 10% สื่อบรรณาธิการและแหล่งอ้างอิง 40% โดย Reddit เป็นแหล่งอันดับหนึ่งในสามจากสี่เอนจิน
- Trendos เอ่ยชื่อ Clutch, G2, GoodFirms, Gartner, SourceForge และ Slashdot ว่าอยู่เบื้องหลังสัดส่วนสื่อบรรณาธิการส่วนใหญ่ในบริการไอที และแนะนำให้เคลมโปรไฟล์กับสะสมรีวิวอย่างสม่ำเสมอ
- รายงานครอบคลุม ChatGPT, Perplexity, Gemini และ Google AI Overviews และไม่ได้พูดถึงประเทศไทย ตลาดเอเชียใด ๆ หรือวิธีสุ่มคำตอบ 107 ล้านชิ้นเลย
Trendos ผู้ให้บริการเครื่องมือวัดการมองเห็นบนการค้นหาด้วยเอไอ ระบุในโพสต์สปอนเซอร์ที่เผยแพร่โดย Search Engine Journal เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ว่าได้ตรวจสอบคำตอบจากเอไอจำนวน 107 ล้านคำตอบในปีนี้ และพบว่าเนื้อหาจากคอมมูนิตี้และเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้นคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของแหล่งอ้างอิงหลักในทั้งสามอุตสาหกรรมที่ศึกษา ในชุดข้อมูลเดียวกันนี้ หน้าเว็บที่แบรนด์เป็นเจ้าเองคิดเป็นเพียง 2% ของโดเมนที่ถูกอ้างอิงสูงสุด 10 อันดับแรกในกลุ่มบริการไอทีและโซลูชัน
มีเรื่องหนึ่งที่ต้องพูดก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด บทความบน Search Engine Journal ชิ้นนี้เป็นโพสต์สปอนเซอร์ที่เขียนโดย Trendos ซึ่งเป็นผู้ขายเครื่องมือที่แพลตฟอร์มของตัวเองเป็นคนผลิตตัวเลขเหล่านี้ออกมา ตัวเลขทั้งหมดยังไม่ผ่านการตรวจสอบโดยบุคคลที่สามที่เป็นอิสระ นี่คือข้อจำกัดที่มีน้ำหนัก และจะถูกยกมาพิจารณาตลอดทั้งบทความนี้ อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เหตุผลที่จะทิ้งข้อมูลชุดนี้ไป แต่เป็นเหตุผลที่จะอ่านเปอร์เซ็นต์เหล่านี้ในฐานะการตีความข้อมูลของผู้ขายรายเดียว ไม่ใช่ในฐานะสำมะโนของทั้งอุตสาหกรรม และควรตรวจสอบรูปแบบนี้กับการวัดผลของคุณเองก่อนจะโยกงบประมาณ อ่านต้นฉบับได้ที่ Search Engine Journal
Trendos บอกว่าวัดอะไรบ้าง
Trendos ระบุว่าได้ดูคำตอบจากเอไอ 107 ล้านคำตอบในปี 2569 แล้วดึงแหล่งอ้างอิง 10 อันดับแรกของสามอุตสาหกรรมออกมา ได้แก่ บริการไอทีและโซลูชัน สินค้าอุปโภคบริโภค และบริการด้านการสื่อสาร โดยทำข้ามสี่เอนจิน คือ ChatGPT, Perplexity, Gemini และ Google AI Overviews จากนั้นจึงจัดทุกโดเมนที่ถูกอ้างอิงลงในสามกลุ่ม
- คอมมูนิตี้และเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้น ได้แก่ Reddit, YouTube, Quora, เว็บบอร์ด และแพลตฟอร์มโซเชียล
- แบรนด์ ค้าปลีก และสื่อที่เป็นเจ้าของเอง ได้แก่ เว็บไซต์ของบริษัทเอง รายการสินค้าบนมาร์เก็ตเพลสอย่าง Amazon และเว็บเปรียบเทียบราคา
- สื่อบรรณาธิการอิสระและแหล่งอ้างอิง ได้แก่ สื่อมวลชน Wikipedia และไดเรกทอรีรีวิวสำหรับตลาด B2B
สัดส่วนที่รายงานคือค่าเฉลี่ยของสัดส่วนแหล่งอ้างอิง 10 อันดับแรกของแต่ละเอนจิน ถ่วงน้ำหนักเท่ากันทั้งสี่เอนจิน และ Trendos ระบุว่าตัวเลขในแต่ละแถวถูกปัดเศษจึงอาจรวมกันไม่ครบ 100 เท่าที่เผยแพร่มีเพียงเท่านี้ ไม่มีคำอธิบายวิธีสุ่มตัวอย่าง ไม่มีรายการพรอมป์ที่ใช้ และไม่มีตารางแยกรายเอนจินนอกเหนือจากค่าเฉลี่ยรายอุตสาหกรรม ข้อนี้ควรเก็บไว้ในใจตอนตัดสินใจว่าจะให้น้ำหนักกับตัวเลขใดมากแค่ไหน
สัดส่วนการอ้างอิงแยกตามอุตสาหกรรม
สามแถวข้างล่างนี้คือตัวเลขที่ Trendos เผยแพร่ในโพสต์สปอนเซอร์บน Search Engine Journal เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 แสดงเป็นสัดส่วนของแหล่งอ้างอิง 10 อันดับแรกของแต่ละเอนจิน เฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเท่ากันระหว่าง ChatGPT, Perplexity, Gemini และ Google AI Overviews
| อุตสาหกรรม | คอมมูนิตี้และ UGC | แบรนด์ ค้าปลีก และสื่อของตัวเอง | สื่อบรรณาธิการอิสระและแหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|
| บริการไอทีและโซลูชัน | 51% | 2% | 47% |
| สินค้าอุปโภคบริโภค | 50% | 46% | 4% |
| บริการด้านการสื่อสาร | 50% | 10% | 40% |
ให้อ่านตารางนี้ตามแนวนอนมากกว่าแนวตั้ง คอลัมน์คอมมูนิตี้แทบไม่ขยับเลย ส่วนอีกสองคอลัมน์สลับที่กันเกือบสมบูรณ์ระหว่างบริการไอทีกับสินค้าอุปโภคบริโภค และนั่นคือข้อค้นพบที่เปลี่ยนว่าทีมการตลาดจะใช้เวลาในแต่ละสัปดาห์ไปกับอะไร
อ่านตัวเลข 2% โดยไม่ตีความเกินเลย
ตัวเลข 2% ของกลุ่มแบรนด์ ค้าปลีก และสื่อของตัวเองในบริการไอทีและโซลูชัน คือตัวเลขที่คมที่สุดที่ Trendos เผยแพร่ และเป็นตัวเลขที่มีโอกาสถูกหยิบไปพูดต่อโดยหลุดบริบทมากที่สุด จึงต้องจับให้แม่นว่ามันเป็นสัดส่วนของอะไร
มันคือสัดส่วนของ โดเมนที่ถูกอ้างอิงสูงสุด 10 อันดับแรกในแต่ละเอนจิน เฉลี่ยข้ามสี่เอนจิน นั่นคือการจัดอันดับโดเมนที่ถูกอ้างอิงบ่อยที่สุด ไม่ใช่การวัดว่าเว็บไซต์ของผู้ขายรายใดรายหนึ่งเคยถูกอ้างอิงหรือไม่ โดเมนหนึ่งอาจถูกอ้างอิงนับพันครั้งในคำตอบเกี่ยวกับบริการไอที แต่ยังคงอยู่นอก 10 อันดับแรก เพราะตำแหน่งบนสุดเหล่านั้นถูกยึดครองโดยผู้รวบรวมเนื้อหารายใหญ่ไม่กี่รายที่โผล่ขึ้นมาในคำถามจำนวนมหาศาล เว็บไซต์ของบริษัทเดียวไม่มีทางเอาชนะความถี่ของ Reddit หรือ G2 ในพื้นที่คำถามทั้งอุตสาหกรรมได้ และก็ไม่จำเป็นต้องทำได้ เพื่อจะถูกอ้างอิงในคำตอบเฉพาะที่ผู้ซื้อกำลังถามถึงหมวดหมู่ของบริษัทนั้น
ดังนั้นการสรุปข้อค้นพบนี้อย่างซื่อตรงคือ ในบริการไอที โดเมนที่เอนจินพึ่งพาบ่อยที่สุดเกือบทั้งหมดเป็นของบุคคลที่สาม และเว็บไซต์ของผู้ขายแต่ละรายเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่กระจายอยู่ในหางของการแจกแจง ซึ่งไม่ใช่คำกล่าวเดียวกับที่ว่าเว็บไซต์ของคุณไม่มีความหมาย หน้าเว็บของคุณยังคงเป็นที่อยู่ของรายละเอียดสินค้า ตรรกะการตั้งราคา และภาษาเชิงสเปกที่ไดเรกทอรีรีวิวหรือรีวิวหนึ่งชิ้นหยิบไปเรียบเรียงใหม่ และเป็นสิ่งที่เอนจินหยิบมาใช้เมื่อพรอมป์ระบุชื่อแบรนด์ของคุณตรง ๆ Trendos ไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลของพรอมป์ที่ระบุชื่อแบรนด์ ดังนั้นรายงานนี้จึงไม่ได้พูดถึงกรณีนั้นไม่ว่าในทางใด
จุดที่ตัวเลข 2% กัดจริง ๆ คือเรื่องการวางแผน ถ้าแผนทั้งหมดของทีมหนึ่งในการทำให้เอไอแนะนำแบรนด์คือการผลิตหน้าเว็บเพิ่มบนโดเมนตัวเอง ข้อมูลชุดนี้กำลังบอกว่าพื้นที่การอ้างอิงส่วนใหญ่ในบริการไอทีอยู่ในที่ที่ทีมนั้นไม่ได้ทำงานอยู่เลย ซึ่งเป็นเหตุผลให้แบ่งแรงออกเป็นสองทาง ไม่ใช่เหตุผลให้เลิกทำเนื้อหาบนเว็บตัวเอง งานฝั่งสินทรัพย์ที่เป็นของตัวเองอยู่ในขอบเขตของ เอไอ เอสอีโอ และ คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ส่วนอีกครึ่งที่อยู่นอกโดเมนคือจุดที่ GEO ทำงานของมัน
คอมมูนิตี้และ UGC อยู่ที่ราวครึ่งหนึ่งในทุกอุตสาหกรรม
ข้อค้นพบที่สองเสียงเบากว่าแต่ใช้ได้กว้างกว่า คอมมูนิตี้และเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้นอยู่ที่ 51% 50% และ 50% ในสามอุตสาหกรรมตามลำดับ Trendos อธิบายว่านี่คือค่าคงที่ในข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นหมวดหมู่ใด บทสนทนาสาธารณะระหว่างคนจริง ๆ คิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของแหล่งอ้างอิงหลัก
นัยที่อึดอัดสำหรับแบรนด์คือ ก้อนพื้นที่การอ้างอิงที่ใหญ่ที่สุดก้อนเดียวเป็นก้อนที่แบรนด์เผยแพร่เองไม่ได้ แก้ไขไม่ได้ และถอดออกไม่ได้ กระทู้ Reddit เมื่อสามปีก่อน คลิป YouTube ที่คนซื้อสินค้าไปแกะกล่องรีวิว หรือคอมเมนต์ในเว็บบอร์ดที่มีคนโหวตขึ้นมา ทั้งหมดนี้มีสิทธิ์เป็นแหล่งอ้างอิง และไม่มีอันไหนอยู่ใต้การควบคุมของแบรนด์ การเข้าไปมีส่วนร่วมทำได้ แต่การเป็นเจ้าของทำไม่ได้
Trendos ไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขว่าแหล่งจากคอมมูนิตี้เหล่านั้นพูดถึงแบรนด์ในเชิงบวก ลบ หรือกลาง บ่อยแค่ไหน และไม่ได้แยกย่อยก้อนคอมมูนิตี้ออกเป็นรายแพลตฟอร์ม การอ่านที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องปริมาณพื้นที่การอ้างอิง ไม่ใช่เรื่องอารมณ์ความรู้สึกหรือเรื่องว่าควรให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์มไหนก่อน ถ้าคุณอยากรู้ว่า Reddit หรือ YouTube สำคัญกว่ากันในหมวดของคุณ นั่นเป็นคำถามที่ต้องตอบด้วยการทดสอบพรอมป์ของคุณเอง เพราะรายงานนี้ไม่ได้ตอบให้
คำแนะนำของรายงานสำหรับแบรนด์ไอทีและซอฟต์แวร์
Trendos ระบุว่าสัดส่วนสื่อบรรณาธิการ 47% ในบริการไอทีส่วนใหญ่มาจากไดเรกทอรีรีวิวสำหรับตลาด B2B และเอ่ยชื่อ Clutch, G2, GoodFirms, Gartner, SourceForge และ Slashdot คำแนะนำสำหรับอุตสาหกรรมนี้มีสี่ส่วน และทั้งสี่ส่วนอยู่บนแพลตฟอร์มของคนอื่นทั้งหมด
เคลมและกรอกโปรไฟล์ไดเรกทอรีให้ครบ
เคลมรายชื่อบนไดเรกทอรีสองถึงสามแห่งที่ผู้ซื้อในหมวดของคุณใช้คัดตัวเลือกจริง ๆ แทนที่จะเลือกตามชื่อที่ใหญ่ที่สุด แล้วกรอกทุกช่องให้ครบ ทั้งหมวดหมู่ คำอธิบาย ฟีเจอร์ การเชื่อมต่อกับระบบอื่น ราคา และภาพหน้าจอ Trendos ให้เหตุผลว่าโปรไฟล์ที่กรอกครึ่ง ๆ กลาง ๆ ถูกข้ามทั้งจากผู้ซื้อและจากเอนจิน และคำที่ใช้ในหมวดหมู่กับฟีเจอร์ควรตรงกับคำที่ผู้ที่สนใจใช้ตอนถามเอไอ
สะสมรีวิวอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ทีเดียวจบ
ขอรีวิวจากลูกค้าที่เพิ่งใช้งานและพอใจ บนไดเรกทอรีที่โผล่ในคำตอบของเอไอจริง ๆ และมุ่งไปที่ทั้งความสดใหม่และความสม่ำเสมอไปพร้อมกัน Trendos พูดชัดว่ารีวิวใหม่ที่ไหลเข้ามาเรื่อย ๆ ดีกว่ารีวิวก้อนใหญ่ครั้งเดียวที่แล้วก็เก่าไป ส่วนนี้คือส่วนที่มักทำพลาดมากที่สุด เพราะแคมเปญขอรีวิวทำครั้งเดียวง่าย แต่ทำทุกเดือนยาก
ตอบรีวิว รวมถึงรีวิวที่ตำหนิ
Trendos มองการตอบรีวิวเป็นงานคอนเทนต์มากกว่างานบริการลูกค้า เพราะคำตอบเพิ่มข้อความใหม่ที่หยิบไปอ้างได้ลงบนหน้าที่เอนจินอ้างอิงโดยตรง การตอบเฉพาะรีวิวที่ชมทำให้รีวิวที่ตำหนิกลายเป็นคำพูดสุดท้ายบนหน้านั้น ในรูปข้อความที่เอนจินหยิบไปอ้างได้
เสนอสื่อสายอุตสาหกรรมด้วยของที่อ้างอิงได้
คำแนะนำเรื่องการได้พื้นที่ข่าวคือ ให้ทำรายชื่อสื่อสายอุตสาหกรรมที่ติดอันดับในหมวดของคุณอยู่แล้ว แล้วทำงานกับรายชื่อสั้น ๆ นั้น และเสนอข้อมูลต้นฉบับ การเปรียบเทียบสินค้าที่จริงจัง หรือมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ แทนที่จะส่งข่าวประชาสัมพันธ์ Trendos ยังเสริมประเด็นเล็กแต่ใช้ได้จริงว่า ชิ้นงานต้องระบุชื่อสินค้าให้ชัด เพราะชื่อสินค้าคือสตริงที่เอนจินหยิบไปพูดซ้ำ
ธุรกิจสื่อสารพึ่ง Reddit และ Wikipedia
สำหรับบริการด้านการสื่อสาร Trendos รายงานคอมมูนิตี้และ UGC ที่ 50% สื่อบรรณาธิการอิสระและแหล่งอ้างอิงที่ 40% และแบรนด์ ค้าปลีก และสื่อของตัวเองที่ 10% ภายในนั้น รายงานระบุว่า Reddit เป็นแหล่งอันดับหนึ่งในสามจากสี่เอนจิน และ Wikipedia นำทั้งรายการของเอนจินหนึ่ง
คำแนะนำที่ตามมาแคบและเป็นรูปธรรม คือให้ดูแลหน้า Wikipedia ให้ถูกต้องและมีแหล่งอ้างอิงที่ดี เพราะหลายเอนจินหยิบไปอ้างโดยตรง นี่เป็นคำแนะนำทางการตลาดที่แปลก เพราะมันไม่ใช่ช่องทางการตลาด แต่เป็นบันทึกข้อเท็จจริงที่มีกติกาบรรณาธิการของตัวเอง ซึ่งแบรนด์ไม่ได้ควบคุมและไม่ควรพยายามเข้าไปควบคุม สิ่งที่แบรนด์ทำได้คือทำให้แหล่งอ้างอิงที่หน้า Wikipedia ต้องพึ่งพานั้นมีอยู่จริงตั้งแต่แรก ซึ่งวนกลับไปที่การได้พื้นที่ข่าว
สิ่งที่รายงานนี้ไม่ได้บอก
ส่วนนี้สำคัญพอ ๆ กับตัวเลข เพราะงานวิจัยที่เขียนโดยผู้ขายเองมักชวนให้คนเติมช่องว่างด้วยการเดา
- ไม่มีอะไรเกี่ยวกับประเทศไทย และไม่มีอะไรเกี่ยวกับตลาดเอเชียใด ๆ สามแถวนั้นเป็นค่าเฉลี่ยระดับโลกที่ไม่ได้แยกตามภูมิภาค
- ไม่ได้บอกว่าแบรนด์ใดถูกอ้างอิงบ้างหรือแบรนด์ใดได้ส่วนแบ่งไป โดเมนถูกจัดเป็นกลุ่ม ไม่ได้จัดอันดับรายแบรนด์
- ไม่มีรายละเอียดวิธีวิจัยว่าคำตอบ 107 ล้านชิ้นถูกสุ่มมาอย่างไร เลือกพรอมป์อย่างไร หรือเก็บในช่วงเวลาใดของปี 2569
- ไม่มีข้อมูลย้อนหลังเป็นชุดเวลา จึงบอกไม่ได้ว่าสัดส่วนเหล่านี้กำลังเพิ่มขึ้นหรือลดลง
- ไม่มีการแยกรายเอนจินนอกเหนือจากค่าเฉลี่ยรายอุตสาหกรรม ยกเว้นข้อสังเกตเชิงคุณภาพเรื่อง Reddit และ Wikipedia ในกลุ่มบริการด้านการสื่อสาร
- ไม่มีข้อมูลเชิงอารมณ์ ไม่มีข้อมูลปริมาณทราฟฟิก และไม่มีการเชื่อมสัดส่วนการอ้างอิงเข้ากับผลลัพธ์ทางธุรกิจใด ๆ เช่น ทราฟฟิก โอกาสการขาย หรือรายได้
ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย
ในเมื่อรายงานไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลของประเทศไทยเลย สิ่งที่ควรทำคือมองสามแถวนั้นเป็นสมมติฐานว่าพื้นที่การอ้างอิงกระจุกตัวอยู่ตรงไหนในหมวดของคุณ แล้วทดสอบในตลาดไทยเอง ไม่ใช่รับมาใช้ทันที
มีความต่างเชิงโครงสร้างสองข้อที่แบรนด์ไทยควรคิดถึง ข้อแรก ก้อนคอมมูนิตี้ในรายงานนี้ถูกอธิบายด้วย Reddit, YouTube, Quora, เว็บบอร์ด และแพลตฟอร์มโซเชียล ซึ่งสัดส่วนระหว่างแพลตฟอร์มเหล่านั้นในบทสนทนาภาษาไทยไม่เหมือนกับสัดส่วนในบทสนทนาภาษาอังกฤษที่ครอบงำค่าเฉลี่ยระดับโลกอยู่ คำตอบภาษาไทยในหมวดของคุณจะพึ่งแพลตฟอร์มเดียวกันหรือไม่ เป็นคำถามที่ทดสอบได้ และไม่ใช่คำถามที่รายงานนี้ตอบ ข้อสอง ไดเรกทอรีรีวิวที่ถูกเอ่ยชื่อทั้งหมดเป็นของต่างประเทศ ผู้ขาย B2B ของไทยที่ทำตลาดในประเทศจึงต้องตรวจก่อนว่าไดเรกทอรีเหล่านั้นมีรายชื่อและรีวิวที่มีน้ำหนักในหมวดของตัวเองในตลาดนี้จริงหรือไม่ ก่อนจะทุ่มแรงลงไป
ไม่มีเกณฑ์มาตรฐานสาธารณะสำหรับสัดส่วนการอ้างอิงที่ดีในประเทศไทย ไม่ว่าจะแยกตามอุตสาหกรรมหรือไม่ก็ตาม ไม่มีใครเผยแพร่ตัวเลขแบบนั้น และตัวเลขใดที่ถูกอ้างว่าเป็นเกณฑ์ของไทยควรถือว่าแต่งขึ้นจนกว่าจะมีการแสดงวิธีคำนวณ ทางออกที่ใช้ได้จริงคือเส้นฐานของคุณเอง วัดจากพรอมป์ของคุณเอง ซึ่งเป็นวินัยเดียวกับที่งาน SEO ในประเทศไทย ต้องใช้กับอันดับมาโดยตลอด ส่วนเรื่องไดเรกทอรีโดยเฉพาะ ทางที่ช้ากว่าคือทางที่ตรวจสอบได้มากกว่า การสะสมรีวิวบนโปรไฟล์ของบุคคลที่สามใช้เวลาหลายเดือนและปลอมในสเกลใหญ่ไม่ได้ ขณะที่การผลิตหน้าเว็บเพิ่มอีกยี่สิบหน้าบนโดเมนตัวเองทำเสร็จได้ในสองสัปดาห์ และถ้าข้อมูลชุดนี้ถูกทิศ มันก็แตะพื้นที่การอ้างอิงในบริการไอทีได้เพียงส่วนน้อย
วิธีวัดสัดส่วนการอ้างอิงของคุณเอง
ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมทดแทนตัวเลขของคุณเองได้ไม่ดีนัก และการสร้างตัวเลขของตัวเองก็ไม่ได้ยุ่งยาก เป้าหมายของงานนี้คือได้สัดส่วนการอ้างอิงที่คุณอธิบายและปกป้องได้ ในภาษาของคุณและในหมวดของคุณ
- เขียนรายการพรอมป์ 30 ถึง 50 ข้อที่ผู้ซื้อจริงในหมวดของคุณจะพิมพ์ แบ่งเป็นคำถามที่ไม่ระบุแบรนด์กับคำถามที่ระบุชื่อแบรนด์ของคุณ แล้วล็อกรายการนั้นไว้ เพราะคุณค่าเกิดจากการทำซ้ำด้วยรายการเดิม
- รันรายการนั้นกับเอนจินที่ผู้ซื้อของคุณใช้จริง และบันทึกทุกโดเมนที่ถูกอ้างอิงในทุกคำตอบ ไม่ใช่เฉพาะอันที่คุณชอบ
- จัดแต่ละโดเมนลงในสามกลุ่มเดียวกับที่ Trendos ใช้ เพื่อให้ตัวเลขของคุณเทียบกับแถวที่เผยแพร่ได้
- บันทึกด้วยว่าชื่อแบรนด์ของคุณถูกเอ่ยในเนื้อคำตอบหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละคำถามกับว่าโดเมนของคุณถูกอ้างอิงหรือไม่ ทั้งสองอย่างควรติดตาม และมันขยับแยกกัน
- ทำซ้ำทุกเดือนด้วยรายการพรอมป์ชุดเดิม เส้นแนวโน้มของคุณเองมีประโยชน์กว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมใด ๆ เพราะมันสะท้อนหมวดของคุณ ภาษาของคุณ และเอนจินที่ผู้ซื้อของคุณใช้
ถ้า ChatGPT คือเอนจินที่สำคัญที่สุดกับผู้ซื้อของคุณ วินัยการวัดผลแบบเดียวกันนี้ใช้กับงาน ChatGPT SEO ได้เหมือนกัน คือล็อกรายการพรอมป์ บันทึกการอ้างอิง แล้วให้ข้อมูลเป็นคนตัดสินว่าไตรมาสหน้าจะลงแรงตรงไหน ไม่ใช่ให้เรื่องเล่าเป็นคนตัดสิน
คำถามที่พบบ่อย
ตัวเลข 2% แปลว่าเว็บไซต์ของผู้ขายซอฟต์แวร์ไม่คุ้มที่จะลงทุนหรือไม่
ไม่ใช่ และรายงานก็ไม่ได้อ้างแบบนั้น ตัวเลข 2% คือสัดส่วนของโดเมนที่ถูกอ้างอิงสูงสุด 10 อันดับแรกในแต่ละเอนจินสำหรับบริการไอทีและโซลูชัน จึงอธิบายว่าโดเมนใดครองรายการอ้างอิง ไม่ได้อธิบายว่าเว็บไซต์ของผู้ขายรายหนึ่งเคยถูกอ้างอิงหรือไม่ หน้าเว็บของคุณยังเป็นที่อยู่ของรายละเอียดสินค้าที่บุคคลที่สามหยิบไปเรียบเรียง และ Trendos ไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลของพรอมป์ที่ระบุชื่อแบรนด์ ซึ่งเป็นกรณีที่เว็บไซต์ของผู้ขายเป็นแหล่งที่ชัดเจนอยู่แล้ว
เชื่อตัวเลขได้แค่ไหน ในเมื่อบทความเป็นโพสต์สปอนเซอร์
ควรถือว่าเป็นการตีความข้อมูลของผู้ขายรายเดียวที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบอิสระ ซึ่งเป็นหลักฐานที่อ่อนกว่างานวิจัยอิสระแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย Trendos เป็นทั้งผู้ผลิตชุดข้อมูลและผู้ขายเครื่องมือในหมวดที่ข้อมูลนั้นอธิบาย และ Search Engine Journal ก็ติดป้ายชิ้นงานว่าเป็นสปอนเซอร์ ให้ใช้ตัวเลขเป็นสมมติฐานที่จะไปทดสอบกับพรอมป์ของคุณเอง แทนที่จะใช้เป็นข้อสรุปที่ปิดแล้ว
รายงานพูดถึงประเทศไทยหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บ้างไหม
ไม่พูดถึงเลย ตัวเลขที่เผยแพร่เป็นค่าเฉลี่ยรายอุตสาหกรรมข้ามสี่เอนจินโดยไม่มีการแยกตามภูมิภาคใด ๆ จึงไม่มีอะไรในรายงานที่เกี่ยวกับประเทศไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือภูมิภาคอื่น ข้อกล่าวอ้างใดที่เจาะจงประเทศไทยแล้วอ้างอิงข้อมูลชุดนี้คือการคาดคะเนต่อ ไม่ใช่ข้อค้นพบ
รายงานครอบคลุมเอนจินใดบ้าง
ครอบคลุม ChatGPT, Perplexity, Gemini และ Google AI Overviews โดยถ่วงน้ำหนักเท่ากันในการเฉลี่ย Trendos ไม่ได้เผยแพร่ตารางแยกรายเอนจิน นอกจากข้อสังเกตว่า Reddit เป็นแหล่งอันดับหนึ่งในสามจากสี่เอนจินสำหรับบริการด้านการสื่อสาร และ Wikipedia นำทั้งรายการของเอนจินหนึ่งในอุตสาหกรรมนั้น
แบรนด์ B2B ควรทำอะไรก่อนถ้าจะเอาจริงกับเรื่องนี้
เคลมและกรอกโปรไฟล์บนไดเรกทอรีรีวิว B2B สองถึงสามแห่งที่ผู้ซื้อใช้คัดตัวเลือกจริง ๆ ให้ครบ แล้วสร้างจังหวะรายเดือนในการสะสมรีวิวและตอบรีวิว Trendos เอ่ยชื่อ Clutch, G2, GoodFirms, Gartner, SourceForge และ Slashdot ว่าเป็นไดเรกทอรีที่ประกอบเป็นส่วนใหญ่ของสัดส่วนสื่อบรรณาธิการในบริการไอที และแนะนำให้เลือกตามความเข้ากันของหมวดหมู่มากกว่าขนาดของชื่อ
ถ้าคุณอยากรู้ว่าคำตอบของเอไอในหมวดของคุณดึงมาจากไหนจริง ๆ คำตอบเริ่มที่รายการพรอมป์ที่ล็อกไว้และบันทึกหนึ่งเดือน ไม่ใช่เริ่มที่ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมจากสไลด์ของผู้ขาย Relevant Audience ช่วยวางระบบวัดผลนั้นและลงมือทำตามสิ่งที่ตัวเลขบอกได้







