มาดู 6 ขั้นตอนการทำ Content Plan บนอินสตาแกรม ใครอยากให้ไอจีปัง ต้องรู้!

RA CONTENT JUN 21 C2 Blog Size [1200x628px] (5)

ใครก็ตามที่กำลังเริ่มต้นทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างอินสตาแกรม คงมีความรู้สึกสับสนและไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรให้มีผลลัพธ์ที่ดีใช่หรือไม่? ด้วยการที่ตัวแพลตฟอร์มมีการอัปเดตเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาจึงเป็นเรื่องยากที่นักการตลาดจะหาหลักการใดหลักการหนึ่งเพื่อยึดถือเป็นรูปแบบหลักในการทำการตลาดออนไลน์ ทำให้นักการตลาดมือใหม่จำนวนมากต้องพบเจอกับปัญหาการต้องคอยมาปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้สอดคล้องกับอัลกอริทึมและพฤติกรรมของผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา

ดังนั้นการวางแผนการทำคอนเทนต์หรือการทำ Content Plan จึงมีความสำคัญในแง่ของการช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้ดีมากขึ้น ในบทความนี้จึงมาแนะนำ 6 ขั้นตอนการทำ Content Plan บนอินสตาแกรม ที่รับรองว่าใครที่กำลังเริ่มทำการตลาดออนไลน์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอยู่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที

1. กำหนดเป้าหมายของคอนเทนต์

สิ่งแรกที่ควรทำในการทำ Content Plan คือการตั้งเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของคอนเทนต์ก่อนว่าจะทำอะไร? ไปเพื่ออะไร? ไม่ว่าจะอยากเพิ่มจำนวนฐานผู้ชมให้มากขึ้น การสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์และผู้รับชม หรืออยากสร้างยอดขายให้มากขึ้น เมื่อตั้งเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ได้แล้วก็จะสามารถปรับแต่งเนื้อหาคอนเทนต์เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้ง่ายมากขึ้น จากนั้นให้ลองเซ็ตตัวชี้วัดต่างๆ (KPI) เพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแต่ละแคมเปญ ว่ามีอะไรที่ขาดหรือมากเกินไปจะได้มีการปรับปรุงเนื้อหาคอนเทนต์ให้เหมาะสมนั่นเอง 

2. รู้จักคุมโทน 

สำหรับการคุมโทนในที่นี้ไม่ใช่แค่เพียงรูปแบบของกลุ่มสีที่เลือกใช้เท่านั้น แต่เป็นการคุม Mood and Tone ของทั้งเนื้อหาคอนเทนต์นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นคู่สีไปจนถึงแฮชแท็กและแคปชันที่ใช้เพื่อให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน หากลองไปดูบทความ Best Practice บนเว็บไซต์ของอินสตาแกรมจะพบว่าอินสตาแกรมเองก็มีบทความที่บอกเคล็ดลับในเรื่องนี้อยู่เช่นกัน 

โดยการรักษา Mood and Tone ของเนื้อหาไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพหรือวิดีโอ ให้สอดคล้องกันเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างแบรนด์บนอินสตาแกรม เพราะจะช่วยในการสร้าง Brand Awareness ให้กับฐานลูกค้าใหม่ของแบรนด์มากขึ้น เพราะเมื่อแบรนด์มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนก็จะทำให้ผู้ที่รับชมสามารถจดจำแบรนด์ได้ดีขึ้น

3. เลือกใช้รูปแบบคอนเทนต์ต่างๆ ให้เป็นประโยชน์

แม้ว่าอินสตาแกรมจะเป็นแอปที่มีชื่อเสียงมาจากการแชร์รูปภาพเป็นหลัก แต่สำหรับแบรนด์ที่ต้องการเพิ่มการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์และลูกค้าต้องทำให้แพลตฟอร์มอินสตาแกรมเป็นมากกว่าแค่แอปแชร์รูปภาพเฉยๆ 

ในตอนนี้อินสตาแกรมมีฟีเจอร์ต่างๆ มากมายทำให้มีหลากหลายวิธีในการสร้างสรรค์เนื้อหาบนอินสตาแกรม นอกจากการแชร์รูปภาพแล้วยังมีวิดีโอคอนเทนต์ที่สามารถแสดงเนื้อหาตัวอย่างเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของแบรนด์ได้ หรือแม้แต่ Instagram Reels ที่เป็นวิดีโอคอนเทนต์ขนาดสั้นก็เป็นอีกวิธีที่เหมาะสมในการช่วยกระตุ้นความรู้สึกต่อผู้รับชมให้สนใจสินค้าหรือบริการนั้นๆ ได้ รวมไปถึง Instagram TV และ Instagram Shopping ที่จะเป็นการเพิ่มความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคหน้าใหม่มากขึ้น หากคอนเทนต์บนหน้าโปรไฟล์มีแต่รูปภาพก็ลองกลับไปเพิ่มเติมคอนเทนต์รูปแบบอื่นๆ ดูบ้าง รับรองว่าผลลัพธ์ที่ได้จะดีขึ้นแบบคาดไม่ถึงแน่นอน

4. ช่วงเวลาที่โพสต์

สำหรับเรื่องช่วงเวลาในการโพสต์ อาจเป็นเรื่องนานาจิตตัง เพราะต้องบอกว่าหลายคนคงจะเคยเห็นรีพอร์ตจากสำนักวิเคราะห์ทางการตลาดออนไลน์ต่างๆ จำนวนมากที่ระบุถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการโพสต์คอนเทนต์ลงแต่ละแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้วก็ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง ดังนั้นนอกเหนือจากการกำหนดเวลาโพสต์คอนเทนต์ตามรีพอร์ตต่างๆ แล้วก็อยากให้ลองใช้ Analytics Tools ของตัวอินสตาแกรมเองอย่าง Instagram Insights เพื่อดูข้อมูลเชิงลึกของหลังบ้านแอคเคาท์ตัวเองจริงๆ ด้วย เพื่อที่จะช่วยให้คุณรู้จักกลุ่มเป้าหมายของคุณมากขึ้นเพื่อที่จะสามารถหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการโพสต์คอนเทนต์ต่างๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้ หรือใครที่คิดว่าดูจะเป็นเรื่องยุ่งยากเกินไปก็อาจเริ่มต้นด้วยการไปส่องคู่แข่งดูว่าเค้าชอบลงตอนไหน เวลาไหน ก็ได้ 

5. สร้างปฏิทินการลงคอนเทนต์ (Content Calendar)

ถึงแม้ว่าคอนเทนต์ในมือของคุณจะมีประสิทธิภาพที่ดีมากแค่ไหน แต่หากไม่มีการทำ Content Calendar เพื่อที่จะทำให้รู้ว่าในแต่ละวันจะมีคอนเทนต์รูปแบบใดบ้าง หรือจะมีการโพสต์คอนเทนต์ในแต่ละวันมากน้อยแค่ไหน ก็จะทำให้เป็นเรื่องยากที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ของแคมเปญนั้นๆ ได้ 

ตัวอย่างเช่น ในกรณีที่เดือนนั้นมี Holiday Events เป็นจำนวนมากหากมีการทำ Content Calendar ก็จะทำให้สามารถวางแผนการทำคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ได้มากขึ้น รวมไปถึงการช่วยสร้างความสม่ำเสมอในการลงคอนเทนต์ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับสายคอนเทนต์เลยก็ว่าได้ โดยการทำ Content Calendar ก็ไม่ใช่เรื่องยากอาจเริ่มต้นด้วยการรวบรวมหัวข้อ วันเวลาที่โพสต์ รูปแบบของคอนเทนต์ที่จะลง เวลาที่โพสต์และคำอธิบายรายละเอียดกับแฮชแท็กที่ต้องการใช้ลงใน Google Doc, Microsoft Office หรือเครื่องมือจดบันทึกอื่นๆ ตามความถนัด

6. วัดผลและวิเคราะห์

สำหรับขั้นตอนสุดท้ายในการทำ Content Plan คือการวัดผลและวิเคราะห์ สำหรับแพลตฟอร์มอินสตาแกรม มีเครื่องมืออย่าง Instagram Insights ที่ช่วยให้นักการตลาดหรือแบรนด์สามารถตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกต่างๆ อย่างการแสดงจำนวนการดูโพสต์หรือสถิติต่างๆ เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมกับโพสต์ได้ เพื่อช่วยให้เห็นว่าเนื้อหาแบบไหนที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด 

ด้วยการวัดผลและวิเคราะห์อย่างเป็นประจำจะช่วยให้นักการตลาดสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือเวลาได้ตามความเหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ชมจะสามารถเข้าถึงแบรนด์ได้ดีมากยิ่งขึ้น

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า