5 เคล็ดลับเพิ่ม Conversion Rates ในหน้า Landing Page ด้วย User Experience (UX)

RA CONTENT APR 18 C2 Blog Size [1200x628px]

นักการตลาดทั้งมือใหม่และมือเก่าคงทราบกันอยู่แล้วว่าหนึ่งในกลยุทธ์การทำการตลาดออนไลน์ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับแบรนด์ได้คือการสร้าง Landing Page บนหน้าเว็บไซต์ เพราะหน้า Landing Page ที่ดีเปรียบเสมือนกับพนักงานขายของคนแรกของร้าน ที่ต้องเก่งที่สุด เข้าใจลูกค้าที่สุด เพราะต้องคอยต้อนรับและโน้มน้าวผู้ที่เข้ามารับชมให้กลายมาเป็นลูกค้าของร้านให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอหนทางในการได้รับข้อมูลจากลูกค้าด้วยการให้กรอก Contact Form ต่างๆ 

แต่นักการตลาดมือใหม่หลายท่านอาจยังตั้งข้อสงสัยว่าการทำ Landing Page ให้มีประสิทธิภาพสูงเพื่อให้สามารถสร้างค่า Conversion Rate ที่ดีนั้นสามารถทำได้อย่างไร ในประเด็นดังกล่าว มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือได้รายงานตรงกันว่าประสบการณ์ของผู้ใช้งาน (User Experienced) เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการโน้มน้าวผู้รับชมให้โต้ตอบกับหน้า Landing Page ได้ดีที่สุด ในบทความนี้มีเคล็ดลับ 5 สิ่งประสบการณ์ผู้ใช้งานบนหน้า Landing Page ที่ต้องปรับปรุงหากต้องการเพิ่มค่า Conversion Rate ให้สูงขึ้นกัน

1. เพิ่มความน่าสนใจด้วยการใช้คลิปวิดีโอ

มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องระบุว่า การใช้คลิปวิดีโอในหน้า Landing Page จะช่วยเพิ่มค่า Conversion Rate ได้สูงขึ้นถึง 80% เนื่องจากจะช่วยสร้างความไว้วางใจต่อลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น 

ด้วยเหตุนี้การลงทุนงบประมาณจำนวนหนึ่งไปกับการผลิตคลิปวิดีโอที่มีคุณภาพสำหรับหน้า Landing Page จะได้รับรับผลตอบแทนที่คุ้มค่าแน่นอนจากเหตุผลต่อไปนี้

  • ช่วยสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ที่เข้ามารับชมหน้าเว็บไซต์
  • ช่วยกระตุ้นอารมณ์ในการตัดสินใจเข้ามาเป็นลูกค้าได้ง่ายขึ้น
  • ภาพเคลื่อนไหวจะช่วยอธิบายผลิตภัณฑ์หรือบริการต่างๆ ของแบรนด์ได้ดีกว่าภาพนิ่งหรือข้อความอย่างเดียว

2. พิจารณาการใช้ CTA อย่างรอบคอบ

สำหรับการเลือกตำแหน่งในการวาง CTA (Call To Action) หรือรูปแบบที่ใช้อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ได้ดูสลักสำคัญอะไร แต่แท้ที่จริงแล้วเรื่องเพียงเล็กน้อยนี้เป็นสิ่งสำคัญที่หากคิดอย่างรอบคอบจะช่วยให้หน้า Landing Page ได้รับผลลัพธ์ที่ดีอย่างคาดไม่ถึงแน่นอน ตัวอย่างเช่น การเลือกใช้สีของปุ่มที่ดี จะช่วยโน้มน้าวให้ผู้รับชมสามารถคลิกเพื่อไปต่อได้ง่ายขึ้น ดังนั้น CTA ต้องมีความโดดเด่น ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบของสี แพทเทิร์นของคำที่เลือกใช้ ตำแหน่งในการวาง คำเฉพาะเจาะจงที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์ในการตัดสินใจ หากเลือกใช้อย่างรอบคอบรับรองว่า Conversion Rate พุ่งกระฉูดแน่นอน

3. ความเร็วของหน้าเว็บไซต์ก็สำคัญ

หนึ่งในตัวการสำคัญที่คอยฉุดรั้งค่า Conversion Rate ไว้มากที่สุดคือมี Loading Time ที่ช้าบนหน้าเว็บไซต์ ผลการวิจัยจำนวนมากระบุว่า 79% ของผู้ใช้งานจะเลิกใช้งานทันทีที่พบว่าเว็บไซต์มีประสิทธิภาพในการโหลดหน้าเว็บไซต์ที่ต่ำ แน่นอนว่าไม่เพียงแค่เฉพาะหน้า Landing Page เท่านั้นแต่การปรับปรุงความเร็วในการโหลดสามารถใช้ได้กับทุกหน้าบนเว็บไซต์เพื่อให้แน่ใจว่าอารมณ์ของผู้ที่เข้ามารับชมจะไม่ถูกขัดด้วยการที่หน้าเว็บโหลดช้าจนทำให้ผู้ใช้งานออกจากเว็บไซต์นั้นไป 

ข้อแนะนำคืออย่างน้อยที่สุดหากไม่มีความรู้ในการปรับปรุงงานหลังบ้านของเว็บไซต์มากนัก อาจหาเครื่องมือที่ช่วยวัด Page Speed เพื่อตรวจสอบความเร็วในการโหลดเว็บไซต์หรืออาจปรับปรุงหน้าเว็บไซต์เบื้องต้น เช่น อาจหลีกเลี่ยงไฟล์รูปภาพขนาดใหญ่ที่อาจเป็นผลให้หน้าเว็บโหลดช้า อย่างไรก็ตามทางที่ดีที่สุดคือขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญจะเป็นทางที่ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพหน้าเว็บ Landing Page ได้ดีที่สุด

4. เลือกใช้ Contact Form ให้ง่ายที่สุด 

สำหรับเว็บไซต์ประเภท E-Commerce การมี Contact Form เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างยอดขายให้กับแบรนด์ แต่แน่นอนว่าไม่มีใครอยากใช้เวลานานในการกรอกข้อมูลบน Contact Form มีการศึกษาจากกูเกิลเกี่ยวกับโครงสร้างและรูปแบบ Contact Form ในการสมัครสมาชิกบนหน้า Landing Page ของเว็บไซต์ พบว่าความซับซ้อนของ Contact Form มีผลกระทบอย่างมากต่อการที่ผู้ใช้งานจะเลือกกรอกข้อมูล ดังนี้

  • หาก Contact Form มีข้อกำหนดใดๆ ก็ตามในการกรอกข้อมูล “ควรระบุไว้ให้ผู้ใช้งานเห็นอย่างชัดเจน” เช่น หากการกรอกรหัสผ่านต้องมีอักขระพิเศษอย่างน้อย 1 ตัว ก็อย่าลืมที่จะใส่กำกับไว้ให้ผู้ใช้งานเห็นได้อย่างชัดเจน เป็นต้น
  • ควรมีการระบุว่าช่องไหนบังคับกรอกข้อมูลและช่องไหนที่ไม่บังคับ (Mandatory และ Optional)
  • ป้ายกำกับต้องแสดงให้ชัดเจนอยู่เหนือช่องที่ให้กรอกข้อมูล

หากเลือกใช้ Contact Form บนหน้า Landing Page ที่เข้าใจง่ายและลดความซับซ้อนลง ก็จะช่วยให้เว็บไซต์สร้างค่า Conversion Rates ได้ง่ายขึ้นแน่นอน

5. คอยตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ

นักการตลาดหลายรายชอบมีพฤติกรรมที่เรียกว่า “ทำแล้ว ลืมแล้ว (Set and Forget)” โดยเฉพาะในเรื่องของการทำหน้า Landing Page บนเว็บไซต์ ข้อสำคัญคือการปรับปรุงหน้า Landing Page ให้ตอบโจทย์กับประสบการณ์ของผู้ใช้งานจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข้อมูลสถิติหลังบ้านต่างๆ ว่าผลลัพธ์ในตอนนี้เป็นอย่างไรเพื่อดูว่าสิ่งที่ปรับปรุงไปก่อนหน้านี้ใช้ได้ผลหรือไม่ 

ท้ายที่สุดโปรดจำไว้ว่าประสบการณ์ของผู้ใช้งาน (UX) แปรผันตรงตามอัตรา Conversion Rates หากสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งานได้แน่นอนว่าผลลัพธ์ของ Conversion Rates ที่ได้ก็จะสูงขึ้นตามด้วย ซึ่งหมายความว่าธุรกิจโดยรวมก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น หากต้องการปรับปรุง Conversion Rates ของเว็บไซต์ให้ดีขึ้นก็อย่าลืมนำเคล็ดลับด้านบนไปลองปรับใช้กันดู 

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com 

เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า